home เมนูขนมหวาน

วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เค้กมะม่วงครีมสด

ร้อนๆ ช่วงนี้เข้าสู่อากาศหน้าร้อนแล้วค่า
ทำเค้กประจำบ้านอีกแล้ว
คนที่บ้านชอบกิน
อยากกินเค้กชอค แต่คนที่บ้านไม่ชอบกิน เฮ่อ

เค้กวันนี้เป็นสปองค์เค้กแบบไม่ใช้สารเสริม
เป็นเค้กที่ถนัดมาก ทำทุกครั้งไม่เคยผิดหวัง
มีมูสมะม่วงสอดไว้อยู่ข้างใน
แล้วก็โบ๊ะด้วยวิปปิ้งครีม
และผลไม้สด มะม่วง กีวี สตอบอรี่เท่านั้นเอง


วิธีการทำมะม่วงกุหลาบ
ก็แค่ตัดมะม่วงบางๆ ตามขวางแล้วมาจัดแต่งเป็นดอกกุหลาบ
ไม่ยากค่ะ แต่ต้องมะม่วงอร่อยๆน่ะ
ทำไมมะม่วงมีรอยดำ ๆ
จริงๆแล้วนั่นคือ รอยเผาค่ะ อยากให้เห็นรอยชัดๆ แต่ไม่สามารถ
ได้แค่นี้แหละ

สุขสันต์วันหยุดน่ะค่ะ

วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ปาทองโก๋สูตร 1 กรอบนอก นุ่มใน ไม่เหนียว ไม่อมน้ำมัน


บอกลากันทีกับปาทองโก๋เจ้าหน้าปากซอย
เวลากินปาทองโก๋ สังเกตุไหมว่า น้ำมัน ด๊ำ ดำ ไม่รู้กินไปได้ยังไง
ตอนนี้รู้แล้ว เลิกซื้อกินกันเหอะ

ปาทองโก๋มีหลากหลายสูตรเยอะมาก ส่วนมากเป็นสูตรทำขาย
กว่าจะได้สูตรทำกินเฉพาะ 1 คน หนึ่งจานนี้มาก
เสียค่าครูเทกระจาดไปหลายจานเหมือนกัน

ปาทองโก๋ทำไม่ยาก แต่เคล็ดลับเยอะหน่อยนึง
วิธีทำสูตรนี้ง่ายมากๆ

ผสมผงฟู +แอมโมเนีย +เกลือ+ น้ำตาล+น้ำสะอาด
คนให้ส่วนผสมละลายให้เข้ากัน แล้วไปเทใส่แป้งสาลีที่เตรียมไว้
ใช้ช้อนคนๆ  ไม่นวด ไม่ขยำ แค่ช้อนคนๆ ให้เข้ากันเป็นก้อน
แล้วพักไว้โดยใช้พลาสติกแร๊พคลุมไว้ หมักไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง
หรือจะแช่ไว้ในตู้เย็นข้ามคืนก็ได้ ถ้าอยากกินตอนเช้าๆก็นำมาทอด


วิธีตัดปาทองโก๋
ยืดเป็นแผ่นยาวๆ บางๆหนาประมาณ 2 มิล ถ้าตัดหนากว่านี้ปาทองจะพองน้อย
แต่อย่าบางมากน่ะ เดี๋ยวปาจะกรอบเกินไป

วิธีทอด

ตั้งน้ำมันให้เดือด ปริมาณน้ำมันให้ท่วม เผื่อที่ปาทองจะได้ว่ายน้ำมันได้ตัวพองๆ
น้ำมันน้อย พองน้อยน่ะ  ครึ่งหม้อทอดเล็กๆ กำลังดี
ใช้ไฟกลางๆ  ถ้าไฟอ่อน ปาทองจะอมน้ำมัน ถ้าไฟแรง ปาทองจะเกรียมก่อนที่จะสุกข้างใน


ไม่ยากๆ  อร่อยจัง ยิ่งตอนเช้าๆ ได้กาแฟ หรือน้ำเต้าหู้ด้วยละก้อ
ลืมอ้วนไปเลยละ



ปาทองที่ดาวทดลองทำ ก็มีอีกสูตร ที่กรอบนอก นุ่ม เหนียว ข้างในแบบเป็นโพงแบบใหญ่ๆ
อันนั้นก็อร่อยอีกแบบ
แต่ก็ชอบทั้งสองแบบ



คราวหน้าเจอกัน ปาทองโก๋สูตร 2 พร้อม สังขยาใบเตยแบบง่ายๆ

วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

Strawberry Mango Charlotte


เคยเห็นขนมนี้ครั้งแรกที่ไหนสักแห่ง อันเล็กๆจิ๋็วๆ ตอนนั้นยังงงมาก
เขาทำยังไงหนอ
ตอนนั้นยังไม่ประสีประสา
ด้วยความที่มันน่ารักมากกว่าน่ากิน
ก็เลยซื้อมาชิม จำได้ขึ้นใจมา ณ บัดนี้


ชิ้นเล็กๆแบบว่า เศษเค้กมันเหลือ
ก็เลยจัดการทำเป็นชิ้นเล็กๆ ได้สามอัน


ตัวบิสกิตนั้นไม่ยากเลย คล้ายๆ คุ้กกี้ลิ้นแมวเลยแต่ไม่แห้งมากเหมือนคุ้กกี้
ถ้าแห้งมากมันไม่สามารถทำเป็นรอบวงกลมได้
แล้วจะหักได้ง่าย



สูตรนี้เอามาจากหนังสือ Le cordonbleu  เบสิคมากๆ
ส่วนผสมตัวบิสกิตลิ้นแมว
ไข่สามฟองแยกไข่แดงไข่ขาว
น้ำตาลทราย 100 g
แป้งเค้ก 75 g

สูตรเบสิคมีแค่สามอย่างข้างบนนี้จริงๆ
แต่เราไม่เบสิค
เพิ่มเนยละลายอุ่น ๆ 20 g
ไอซิ่ง

อัลม่อนบด

วิธีทำ

ตีไข่แดงกับน้ำตาลทราย 50 g ให้ขึ้นสีนวล
ตีไข่ขาวกับน้ำตาลทราย 50 g ตีให้ตั้งยอดแข็ง
น้ำไข่แดงผสมไข่ขาว แล้วผสมแป้งเบาๆ คนให้เข้ากัน
ใส่เนยละลาย 20 g

ใช้หัวบีบกลมเล็กๆ บีบตามขนาดตามต้องการ
โรยด้วยอัลม่อลบดและน้ำตาลไอซิ่งให้ทั่ว
 แล้วนำไปอบไฟ 175 องศา นาน 10 นาที


อบเสร็จแล้วพอเย็นก็มาตัดตามขนาดที่ต้องการ
เอาใส่ในฟอร์มที่ต้องการ
รองด้วยแผ่นลิ้นแมวกลมๆที่อบไว้



อบแบบแผ่นสีเหลี่ยมและแผ่นวงกลมไว้เป็นเลเยอร์ 2 แผ่น
เสร็จแล้วก็ทำมูสสตอบอรี่กัน
จริงๆแล้วที่ทำ ชารอตเต้ วันนี้เพราะสตอบอรี่ที่ซื้อมามันเปรี้ยว
ก็เลยต้องกำจัดด้วยวิธีนี้

สตอบอรี่มูส

สตอบอรี่ 200 g
sugar 40 g
เจลลาติน 2 แผ่น

ต้มสตอบอรี่บดกับน้ำตาลให้เดือดระหว่างนั้น
แช่เจลลาตินแผ่นให้นิ่มก่อน
เอาเจลลาตินไปต้มด้วย เดือดสัก หนึ่งนาทีพอ
จากนั้นพักไว้ให้เย็น

ตีวิปปิ้งครีม 400 g ให้ขึ้นฟู
นำส่วนผสมสตอบอรี่ที่เย็นแล้วผสม ๆ ให้เข้ากันดี
แล้วนำไปใส่พิมพ์ที่จัดเต็มไว้
ตกแต่งด้วยผลไม้
แช่ตู้เย็นสักสองชั่วโมงก่อนที่จะเสริฟได้



                                                                         ง่ายจังเลย



ยากตอนตัดต่อถ่ายรูปนั้นแหละ ใช้เวลานานกว่าอย่างอื่นเลย
ถ้าไม่ว่างมากจริงๆ ไม่สามารถเลยน่ะ


เจอกันครั้งหน้า จุ๊ฟ จุ๊ฟ จุ๊ฟ