home เมนูขนมหวาน

วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2553

Sunday Baking วันฝนตก กับ "strawberry Mousse"



ดองไว้จนลืม 55555+ เขียนไม่ออกละ เอารูปสวยๆ มาฝากละกัน
ก็ไม่มีอะไรมาก สตอบอรี่มูส+สปองค์เค้กข้างใน ยัดไส้สตอบอรี่



ดอกบอสซั่มที่หน้าบ้านบานแล้ว ดอกทิวลิปก็บาน
ดอกบอสซั่มที่เห็นเนี่ยเมื่อบานเต็มที่ กลิ่นคล้ายน้ำผึ้งเลย หอมจนเอียนมาก
ดอกนี้จะบานประมาณ สองอาทิตย์แล้วร่วง
รูปไม่สวยดังที่ตั้งใจอยากทำ แสงไม่มีฝนตก
มัวๆ พลัวๆ แบบนี้แหละ


วันก่อนทำชอคโกแลตเค้ก แล้วกลายเป็นบราวนี่หน้ากรอบนาน หนึบในแบบที่
ใครบางคนถามว่า ทำบราวนี่ หน้ากรอบนาน หนึบใน ทำยังไง
5555+ ไม่บอก ความลับ ......


ยังไม่หลุดจากคอนเซป ไก่ ไข่กระต่าย ยังมีกระต่ายให้เห็นอยู่น่ะ
แต่แครอตเค้ก ยังฝากไว้ก่อน
แครอตเค้กหน้าน้ำตาลครีมชีสน่ะ ทำแล้ว แต่ยังไม่ได้ถ่ายรูป
แครอตเค้กนี่จะถ่ายรูปยังไงให้สวย เพราะมันก็แค่ เค้กธรรมดา เหมือนเค้กกล้วยๆ นั่นแหละ

วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553

Cotton Cheese Cake


เทศกาลไก่ ไข่ กระต่ายมาแว้วววว ของฮอลแลนด์ 4-5-6 เมษายนนี้
เทศกาลของเด็กหาไข่ ส่วนเราก็ไปหาไข่แถวๆ ซุปเปอร์มาร์เกต
ราคาไข่ที่นี้ 10 ฟอง 1 ยูโร แต่ก็แล้วแต่ละซุปเปอร์มาร์ตน่ะ
บางแห่ง 10 ฟอง เกือบ 2 ยูโร
มากินไข่กันเหอะ
วันนี้ก็เลยทำเมนูไข่เป็นส่วนผสม

ของเก่าเล่าใหม่ ชาวบ้านชาวเมืองทำกันจนเบื่อ

แต่กินบ่อยๆ ก็เบื่อน่ะ นานๆ กินทีถึงจะอร่อย
วันนี้เราอบชีสเค้กหน้าจืดไปหน่อย สีไม่เข้ม
เลยกลมเกลื่อนด้วย ไอซิ่ง แต่ ฟู สวยดี

ส่วนดอกไม้ที่แปะเค้กน่ะ กินได้น่ะตะเอง
ดอกไม้ชนิดนี้ ร้านอาหารบางแห่งเขาทำเป็นสลัด
รสชาดก็ หวานๆ ดอกแว่นฟ้ามั้ง ชื่อภาษาไทย
มีหลากหลายสี วันหยุดนี้เราจะไปซื้อมาปลูกมั่งดีกว่า
ที่เห็นนี้ก็จากสวนหลังบ้าน แต่มีหย่อมเดียว


อันนี้เวอร์ชั่นเรียบแต่ ดูดี
ของโปรดใครหว่า
ของโปรด ตาFabie เห็นทำบ๊อย บ่อย
เราแอบไปจกที่บล็อคกินประจำเลย


ส่วนสูตร จิ๊กมาจากของคุณ Irena (Thank you)



Ingredients:
70g fine granulated sugar
3 egg whites
3 egg yolks
1/4 tsp. cream of tartar
25g. butter
125g cream cheese
50 ml. fresh milk
1 tbsp. lemon juice
30g cake flour /superfine flour
10g cornflour (cornstarch)
1/4 tsp. salt

Instructions:
1. Melt cream cheese, butter and milk over a double boiler. Cool the mixture. Fold in the flour, the cornflour, egg yolks, lemon juice and mix well.

2. Whisk egg whites with cream of tartar until foamy. Add in the sugar and whisk until soft peaks form.

3. Add the cheese mixture to the egg white mixture and mix well. Pour into a 8-inch round cake pan (Lightly grease and line the bottom and sides of the pan with greaseproof baking paper or parchment paper).

4. Bake cheesecake in a water bath for 1 hours 10 minutes or until set and golden brown at 160 degrees C (325 degrees F).

Makes 1 (8-inch) cheesecake, 12 servings.


Tiramisu ICE Coffee in Lente



lol ...............เย้ๆๆ ในที่สุด ก็มีวันที่อากาศ 20 องศา ...........

ฤดูใบไม้ผลินั่นเอง มีเสียงนกร้อง มีแสงแดดอุ่นๆ

สุขใดไหนจะเท่า วันที่อากาศดีละ


ไอศครีมทิรามิสุกาแฟ นั่นทำไง เรื่องมีอยู่ว่า
หลายปีก่อน ไปเที่ยวสเปน อากาศมันร้อนไงเลยอยากกินกาแฟเย็น
จะนึกว่า กาแฟเย็นสเปนจะเป็นแบบ โอเลี้ยง โอยั๊วะไทย
ที่ใส่น้ำแข็ง นมข้นหวาน แต่ไม่ใช่
พอสั่งไอซ์คอฟฟี่ หน้าตาออกมาเหมือนรูปแรกนั่นแหละ
เป็น กาแฟชอตนึง มีไอศครีมวนิลา และมี วิปปิ้งครีม
นั่นแหละ ไอซ์คอฟฟี่ของสเปน
แต่อันนี้เราใช้ ไอศครีมรส ทีรามิสุ ที่ซื้อมา กับ กาแฟร้อน 1 ชอต และ วิปปิ้งครีมแบบฉีด
ง่ายๆ แบบ แต่อร่อย 5555+
และช่วงนี้เป็นช่วงที่ทุ่งดอก Crocos บาน โห บานเต็มทุ่งเลย
แมลงผึ้งน้อย ผึ้งใหญ่ ก็บินว่อน
แดดอุ่นๆ นั่งจิบกาแฟน่ะ โอ้ยย สุขจริงๆ
ไม่รู้ที่อื่นจะมีทุ่งดอกไม้เยอะๆ แบบที่ฮอลแลนด์หรือเปล่าน่ะ
ที่ว่าเยอะนี่คือ ดอกไม้ที่ฮอลแลนด์มีให้เห็นทุกที่ทุกบ้าน ทุกหมู่บ้าน
ประเทศอื่นๆ ยุโรปอื่นๆ ดอกไม้จะน้อยกว่าที่ฮอลแลนด์มาก
สรุปแล้ว คนฮอลแลนด์เป็นชาติที่ รักดอกไม้ ว่างั้นเหอะ
ในสวนหลังบ้าน หน้าบ้านเราก็มีน่ะ แต่มีแบบหย่อมๆ ไม่เยอะเป็นทุ่งแบบนี้
ที่เห็นในรูปที่ใส่ขวดนั้น ก็เก็บมาจากหลังบ้าน
ดอก Crocos จะบานไม่นาน ไม่น่าจะเกิน 1 อาทิตย์
แต่จะมีดอกอื่นๆ ตามมาอีก เช่นดอก นาซีซัส ดอกทิวลิป ดอกหัวหอม
รอดูกันต่อไปน่ะ เพราะจะเป็นเทศกาลดอกไม้

วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2553

Sunday Baking "อยากกินหนมปังนิ่มๆ"


เช้าวันอาทิตย์ คุณผู้ชายที่บ้าน งง ตื่นมาไม่เห็นเมีย

เมียตรูไปไหนแต่เช้าเนี่ย

แต่ที่ไหนได้ เมียไปอบขนมปังทั้งๆ ที่ยังใส่ชุดนอนอยู่

เรื่องต้นตอมาจากอยากกิน หนมปังไส้หมูหยอง

แต่จะหยิบขนมปังสูตรไหนมาทำละ ที่ไม่ใส่สารเสริม

อ้า ห้า ........หาไปหามา มิลล์โลฟ สูตรที่เขาฮิตๆ กัน

ขนมปังนมสด+วิปปิ้งครีมนั่นแหละ


ด้วยความขี้เกียจเป็นอย่างยิ่ง ก็ทำแป้งหนมปังตั้งแต่เมื่อวาน

โดยการผสมส่วนผสมของเหลวกับยีตส์ สักครู่กับเอาไปผสมกับของแห้ง

ใส่เครื่องนวด 5 นาที เพราะความขี้เกียจนวด แร๊ฟโถแป้งโด ด้วยพลาสติก แล้วก็

เอาเข้าตู้เย็นเลย และหลังจากนั้นก็ไปงานแต่งงาน กลับมาก็ สามทุ่มพอดี

ก็เอาแป้งโดมาไล่ลม ขึ้นรูปใส่ไส้หมูหยอง กับ อีกอันเป็นชินน่าม่อนโรล

ไม่รู้เขานวดกันยังไงน่ะ ให้แป้งเป็นแผ่นฟิล์ม 5555+ ไม่ใช่คนขยันค่ะ

นวดแค่ 5 นาที ด้วยเครื่องพอละ ทำตามความถนัดคนทำค่ะ




จากการขึ้นรูปแล้วก็ คลุมด้วยพลาสติก ก็เอากลับแช่ตู้เย็นเหมือนเดิม

เช้ามา ตื่นมาเวลา 8.30 ก็เปิดเตาอบ ยัดโด หนมปังใส่เตาอบ อบประมาณ 25 นาที

เสร็จแล้ว ....ง่ายจังนิ ใครบอกทำหนมปังยาก ต้องมีเครื่องนวดอย่างดี




ทำงี้แหละ ง่ายดี ตามประสาคนขยันน้อย จริงๆ ไม่ชอบทำหนมปังน่ะ เพราะ

ขนมปังโฮสวีส ขนมปังแถวนี้ อร่อยมาก แต่ทำไม่เหมือนน่ะ ราคาถูกด้วย

แต่จะทำขนมปังที่ไม่มีขายเท่านั้นเอง เช่น หนมปังหมูหยอง หนมปังไส้เผือก

หนมปังไส้สังขยา เป็นต้น ส่วนขนมปังไฮโซ ซื้อเขากินดีกว่า ง่ายดี


เมื่อเช้านี้กินไปตั้งหลายอัน อิ่ม

ส่วนสูตร ไปหาเอาเองน่ะ ตามบล็อคอื่น

เพราะบอกไป แด๋วจะหาว่ามั่ว 5555+ แต่ทำหนมปังส่วนมากจะมั่วๆ ทำน่ะ

หืม ว่าแล้วไปชงกาแฟ กินกับชินนาม่อนโรลสักอันดีกว่า



ชินนาม่อนโรล ต้องโรยด้วยไอซิ่งแบบนี้

วิธีทำไอซิ่งก็ไม่ได้ชั่งตวงน่ะ กะเอาแค่พอราดได้

ผสมไซรัปกลิ่นชินนาม่อล คนๆ ราด เสร็จแล้ว ที่เห็นนี่ไม่ใช่นมข้นหวานน่ะ
ถ้าจะง่ายกว่านี้ก็ซื้อเขากินดีกว่า 5555+



วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553

Toffee Cake จากครัวแม่มิ้น


ท๊อฟฟี่เค้ก สูตรนี้ทำบ่อยค่ะ ขอบคุณ ตรี เจ้าของสูตรอร่อย
หืม ยากไหม ไม่ยากเลยค่ะ ง่ายกว่าเค้กที่ต้องแต่งหน้ามากเลย
ใครไม่เคยทำก็ลองทำดูน่ะ
วิธีทำแบบละเอียด ตามไปที่ลิงค์นี้เลย
http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2006/02/D4082493/D4082493.html


ลอกสูตรมา
ส่วนผสมตัวเค้ก
1.แป้งเค้ก 125 g
2.กาแฟผง 2 ชต
3.ผงโกโก้ 2 ชต
4.น้ำตาลทราย 200 g
5.ผงฟู 2 ชช
6.เนยจืด 150 g
7.ไข่ไก่เบอร์ใหญ่ 4 ฟอง (ตรีใช้เบอร์ 2)
8.เกลือ 1/8 ชช

วิธีทำตัวเค้ก
1.ร่อนแป้ง ผงฟู ผงโกโก้ กาแฟผง 3 รอบค่ะ
2.ละลายเนยสด ตรีใช้ไมโครเวฟประมาณ 2 นาที พักไว้
3.ตอกไข่ใส่โถตี ตีด้วยสปีดสูง พอขึ้นฟูก็ใส่เกลือ และค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายจนหมด
(ตรีใส่ครั้งละประมาณ 1 ชต ค่ะ)
4.ตีไข่จนฟูข้น จนฟองละเอียด (ใช้เวลาประมาณ 15 นาที)
5.นำส่วนผสมแป้งที่ร่อนแล้วใส่ลงใส่ไข่ ใส่ทีเดียวเลยค่ะ
(ถ้าให้ดี ร่อนแป้งลงในโถอีกทีก็ดีค่ะ จะได้เคกฟูขึ้นดีทีเดียว)
6.ตะล่อมส่วนผสมให้เข้ากันเบา ๆ ด้วยพายยาง พลิกไปพลิกมาหน่อยค่ะ
7.นำเนยที่ลายไว้ค่อย ๆ เทเป็นสาย คนไปด้วยระหว่างเทเนยลงส่วนผสม (เนยต้องอุ่น ๆ นะคะ อย่าให้เนยเย็นเชียว)
8.เทใส่พิมพ์ที่ ทาเนยแล้วปูกระดาษไข ใช้ไม้จิ้มฟันลาก ๆ ส่วนผสมเพื่อไล่ฟองอากาศ
อย่ากระแทกนะคะ เดี๋ยวยุบ
9.อบที่อุณหภูมิ 175 องศา ประมาณ 30 นาทีค่ะ(ไม่แน่ใจเรื่องเวลา ลองแตะดู
หน้าเค้กถ้าเด้ง ๆ ก็ลองเอาไม้จิ้มฟันจิ้มดูถ้าไม่มีส่วนผสมติดมาก็ใช้ได้ค่ะ)
10.ตั้งส่วนผสมทิ้งไว้ให้เย็นแล้วนำหน้าทอฟฟี่มาราด

ส่วนผสมหน้าทอฟฟี่
1.เนยจืด 150 g
2.นมข้นจืด 60 g
3.น้ำตาลทราย 140 g
4.เกลือ 1/4 ชช
5.เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ 170 g
6.กาแฟผง 1 ชช
7.แป้งเค้ก 3 1/2 ชต
วิธีทำหน้าทอฟฟี่
1.นำเนยสด น้ำตาลทราย เกลือ นมข้นจืด ผสมรวมกัน
2.ใส่ไมโครเวฟประมาณ 1 นาทีครึ่ง
3.กวนส่วนผสมให้เข้ากัน ใส่กาแฟผงกวนให้เข้ากัน ใส่แป้งกวนส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
4.นำเข้าไมโครเวฟ นำออกมาคนทุก ๆ 1/2 นาที จนส่วนผสมข้น
5.ใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่อบแล้ว รอจนส่วนผสมอุ่นแล้วนำไปราดหน้าตัวเค้ก
6.อบเฉพาะไฟบนที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ประมาณ 10-15 นาที
หรือจนหน้าค่อนข้างแห้ง และสีน้ำตาลสวย

ปล. อร่อยจึงต้องบอกต่อค่ะ

วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

"โจ๊กไข่"


อร่อยแบบเบสิคๆ อะไรจะง่ายไปกว่าโจ๊ก นอกจากการปลอกกล้วยเข้าปากละ
วิธีทำอยู่ที่ซอง 5555+ โจ๊กซอง ยี่ห้อมาม่านั่นเอง
สมัยอยู่เมืองไทย จะกินโจ๊ก ก็ต้องไปตลาดตอนดึกๆ แบบตลาดโต้รุ่ง
สั่ง โจ๊กไก่ ใส่ตับ ไม่ไข่ ....แต่วันนี้ ไม่มีตับ ไม่มีไก่ ใส่แต่ไข่ละกัน
ไข่ก็ลวกแบบ ตอกเปลือก
ไข่ลวกแบบตอกเปลือกทำไง ก็แค่ ต้มน้ำให้เดือดพล่าน
พอเดือดพล่านก็ ตอกไข่ใส่ลงไปน้ำเดือด แล้วหรี่ไฟให้อ่อนที่สุด
ลวกไปสัก 1-2 นาที จะได้ไข่ลวกแบบที่เห็นในรูปนี่แล

วันนี้หิมะตกอีกแล้วละ เป็นเหตุการณ์ที่ผิดปกติมากน่ะ
ปกติที่ฮอลแลนด์จะมีหิมะน้อยมาก คือ ปีนึง ตกอยู่อาทิตย์นึงอย่างมาก
หรือไม่ตกเลย แต่ปีนี้ ตกมาตั้งแต่ 17 ธันวา 52 ณ เช้านี้ก็ยังตกลงมาอีก
อากาศแบบนี้แย่ค่ะ ทำให้ป่วยได้ เครียด ไม่ชอบเลยค่ะ
ไปไหนมาไหนลำบาก หนาวมาก
ช่วงนี้เลยเตรียมใจ หัดกินง่ายอยู่ง่ายเข้าไว้ เผื่อเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด พายุหิมะเข้า
ไปไหนมาไหนไม่ได้ ก็กินแต่ของที่ตุนไว้ในบ้านนี่แหละ
ระวังตัวกันหน่อยน่ะค่ะ แฟนบล็อค ช่วงนี้อาจจะเกิดภัยพิบัติขึ้นได้ทั่วทุกมุมโลกค่ะ
เตรียมๆ สเบียง อาหารแห้ง น้ำสะอาดไว้บ้างน่ะค่ะ

อันนี้เป็น ราสเบอรี่มูส
ราสเบอรี่แช่แข็ง จากสวนหลังบ้านเอง
โห แข็งมาหลายเดือน แต่ยังใช้ได้อยู่
จริงๆ เป็นมูสที่เหลือจากการทำฟิวลิ่ง เอแคลร์
เอแคลร์ไส้มูสราสเบอรี่ จะได้ในบล็อคหน้า

วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

Yoghurt Cake and Latte Macchiato


ไม่ได้อัพบล็อคมาสองเดือน เพราะลมฟ้าอากาศไม่เป็นใจ
มาวันนี้ก็มี อร่อยแบบ เบสิคๆ หรืออร่อยแบบง่ายๆ ตามประสาคนขี้เกียจ
อะไรจะง่ายปานนี้ เค้กโยเกริตแบบไม่เลี่ยน
สูตรนี้มีที่มา จาก Health&Cusine จากหนังสือเป็นสูตร เลม่อนโยเกริตเค้ก
เราไม่มีเลม่อน ก็เลยดัดแปลงนิดหน่อย





นุ่มนวลชวนฝันไหมละ

ส่วนผสม (10 ที่) เวลาเตรียม 15 นาที เวลาปรุง 40 นาที
•เนยสดชนิดจืด 1 ถ้วย (125 กรัม)
•น้ำตาลทรายบดละเอียด 1 1/3 ถ้วย ( 200 กรัม)
•ไข่ไก่ 2 ฟอง
•โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย (250 กรัม)
•น้ำเลมอน 3 ช้อนโต๊ะ
•ผิวเลมอนขูดฝอย 1 ลูก
•แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 1/2 ถ้วย (270 กรัม)
•ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
•เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา


ส่วนผสมน้ำเชื่อมเลมอน

•น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย ( 55 กรัม)
•น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย (125 มิลลิลิตร)
•น้ำเลมอน 3 ช้อนโต๊ะ
•ผิวเลมอนหั่นเป็นเส้นยาว 1 ลูก
วิธีทำ

1.ตีเนยกับน้ำตาลทรายบดในชามผสมจนเนยขึ้นฟูขาว แล้วใส่ไข่ไก่ลงตีให้เข้ากันทีละฟอง พักไว้
2.ร่อนแป้ง ผงฟูและเบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกันพักไว้ ผสมโยเกิร์ต น้ำและผิวเลมอนเข้ากัน จากนั้นเทส่วนผสมแป้งและโยเกิร์ตลงในส่วนผสมเนยที่ตีไว้ แล้วตีให้ส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน
3.ตักส่วนผสมใส่พิมพ์แบบถ้วย(สำหรับทำมัฟฟิน)ประมาณ3/4 ของพิมพ์ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นาน 45 นาที เมื่อครบเวลาใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มดู ถ้าไม่มีเศษขนมติดไม้แสดงว่าสุกแล้ว
4.ใส่ส่วนผสมของน้ำเชื่อมเลมอนทั้งหมดลงในหม้อนำไปตั้งไฟให้น้ำตาลละลายหมดแล้วหรี่ไฟลง เคี่ยวต่ออีก 5 นาที แล้วราดหน้าเค้กที่ยังร้อนอยู่พักไว้อีกประมาณ 10 นาที แซะเค้กออกจากพิมพ์ เสิร์ฟกับน้ำชาเข้มๆจะเข้ารสกันดี
H&C Tips

•หากใช้พิมพ์ซิลิโคนอบต้องเพิ่มเวลาอบอีกเล็กน้อย เพราะซิลิโคนสื่อความร้อนได้น้อยกว่าโลหะ
•เนื้อเค้กที่อบสุกแล้วจะฉ่ำและค่อนข้างหนักเล็กน้อย ต้องใช้การสังเกตมากสักหน่อยในขั้นตอนการอบว่าขนมสุกหรือยัง เพราะแม้ขนมสุกแล้วแต่เศษขนมยังอาจติดปลายไม้ขึ้นมาได้เหมือนกัน

อันนั้นสูตรต้นฉบับ

ของเราดัดแปลงนิดหน่อย
แค่ ใช้โยเกริตแค่ 150 กรัม และ นมสด 100 กรัม เพราะว่า เขาว่าสูตรนี้มันแฉะ ก็เลย เปลี่ยนจากโยเกริตเป็นนมสดส่วนนึง
ก็จะได้ เค้กโยเกริตแบบไม่แฉะจ๊ะ แล้วก็ใส่ผลไม้ได้ตามชอบน่ะ บลูเบอรี่เป็นแค่ ออฟชั่นเท่านั้น ไม่ใส่ก็ไ
ด้


Latte Macchiato นั้น ง่ายมาก
มีเอสเปรสโซ่จากเครื่องชงน่ะ
มีนมร้อนจะทำเป็นแบบฟองนมร้อนก็ได้
หรือ นมร้อนจากไมโครเวฟ แล้วโป๊ะด้วยวิปปิ้งครีมก็ได้
และก็มี น้ำเชื่อมกลิ่นคาลาเมล
อร่อยเหมือนไปกินที่ร้านกาแฟดังๆเลย


A caffè latte differs from a latte macchiato in that in a latte macchiato, espresso is added to milk, rather than the reverse.

The latte macchiato is milk steamed to microfoam, served in a glass with 1/2 shot of espresso poured gently through the foamy top layer, creating a layered drink with a 'macchio' -a 'spot' of espresso on the top. A latte macchiato is milk with a hint of espresso, and 'macchiato' means 'marked' = 'marked' milk. As with an espresso macchiato, which is espresso with a spot of milk atop, indicating there's a hint of milk underneath the crema, a latte macchiato is the opposite, to indicate there is espresso in the milk.

A caffè latte is also made up of espresso and steamed milk, but differs from the latte macchiato in that it has a stronger flavor of coffee, and the two drinks' names indicates this.

The use of the term 'macchiato' has been widened to include a huge array of beverages and ice creams. In some countries (like Germany), latte macchiato is the preferred term.


ปล. ใครทำแล้วอร่อย โปรดทำใส่บาตร และขออนุโมทนาบุญด้วยน่ะค่ะ