home เมนูขนมหวาน

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Rich Butter Cake

ป่วยค่ะ อย่างมากเลย เป็นไข้หวัดแบบมึนหัวรุนแรง น้ำมูกไหลตลอดเวลา
เอาสูตรบัตเตอร์เค้กแบบไม่ต้องตีเนยมาฝาก ตา Febie จ๊ะ


ไข่ทั้งฟอง 6 ฟอง
ไข่แดง 4 ฟอง
น้ำตาลทราย 200 กรัม
แป้งข้าวโพด 120 กรัม
แป้งเค้ก 180 กรัม
ผิวมะนาวขูด 1 ชช
เนยสดละลาย 200 กรัม อุณหภูมิ 40-45 องศาซี
ผงฟู 1 ชช.
เกลือ 1 หยิบมือ
พิมเค้ก 11 x 25 cm



วิธีทำ
ร่อนของแห้งเข้าด้วยกัน แป้ง ผงฟู เกลือ
ตีไข่ กับน้ำตาลให้ ฟองข้น ขาวนวล ใช้เวลาประมาณ 10 นาที
เทแป้งค่อยๆ ตล่อมแป้งเข้ากับไข่ ด้วยไม้พาย จนหมดแป้ง
เทเนยลงเป็นสาย เปิดเครื่องใช้หัวตะกร้อความเร็วต่ำสุด แป๊ปนึง
ตักแป้งข้างล่างขึ้นข้างบน คนให้ทั่ว เปิดเครื่องแล้วใช้หัวตะกร้ออีกที แป๊ปนึ่ง 5 วินาที
เสร็จ เทใส่พิม อบ ด้วยไฟ 180 ซี นาน 45-50 นาที หรือ จนกว่าจะสุก ใช้ไม่จิ้มดูว่ามีของเหลวติดหรือไม่
ถ้าไม่มีก็สุกดี เอาออกมาผึ่งให้เย็น
เทคนิคกรีดหน้าเค้ก พออบไปได้สัก 20 นาที ให้เอามีดกรีดเป็นร่องตรงกลาง เค้กจะได้ปูดแตกสวยๆ




สูตรนี้เราลองทำตามสูตรเค้าเป๊ะเลยไม่ได้เพิ่มเติมอะไร ได้เค้กลูกใหญ่มากกกกกกก สูตรนี้เป็นสูตรเก่าดั้งเดิมมาก เพราะหนังสือที่เราได้มา นี่คาดว่า เมื่อสัก 20 ปีที่แล้วมั้ง ได้หนังสือมาจากร้านหนังสือเก่า
รสชาดเค้ก ......หืม ลิ้นเราตอนนี้มันไม่ได้มาตรฐาน ป่วย กินอร่อยก็ไม่รู้สึกอร่อยเลย แม้แต่ข้าวต้มก็ไม่อร่อย ลิ้นจืด ลิ้นขมยังไงไม่รู้ ตา Febie ลองทำดูก่อนน่ะ รสชาดเป็นไง มาบอกเพื่อนๆ มั้ง จะว่าไป เนื้อเค้กเหมือนเค้กโรงงานที่เขาทำขายตามซุปเปอร์มาร์เกตน่ะ


เค้กลูกใหญ่ อย่างกับขนมปัง 555+
ใครอยากรู้รสชาดยังไง ก็ลองทำดูน่ะจ๊ะ

วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553

ButterCake


รูป บัตเตอร์เค้กสมัยไหนไม่รู้ สูตรหนังสือเล่มไหนก็จำไม่ได้อีก
มีหนังสือหลายเล่ม ก็หยิบๆ ทำสลับกันไป
พอกินได้ แต่ซื้อเขากินง่ายกว่า 555+


ไม่ได้ทำเค้กนานมากเลย ล่าสุดทำเค้กที่ใส่เนื้อลูกพรุน
ทำขนมครั้งล่าสุด คือ กล้วยกระป๋องบวดชี
ทำบ่อย กินบ่อยก็อ้วน ช่างไม่มีอะไรพอดีเลย


บัตเตอร์เค้ก กินมากๆ ก็เลี่ยน ได้ชิ้นเล็กๆ กินกับน้ำชา หรือกาแฟ
กินเยอะๆไม่ดีต่อสุขภาพ เพราะอุดมด้วย โปรตีน ไขมัน น้ำตาล
กินแล้วเพิ่มความอ้วนได้อย่างดีเยี่ยม กินแล้วพุงยื่นได้อีก
ทางที่ดี กินน้อยๆ กินแต่พอดี


ต่อด้วยถ้วยน้ำชา ของสะสม คู่นี้ ได้มาจาก ตลาดนัดขายของเก่า
ใหม่กิ๊ก ยังไม่เคยใช้เลยมั้ง ชอบซื้อเก็บเลย คนขายใจดี ต่อไปต่อมาเหลือ
ชุดละ .50 ยูโร ตอนนี้ตู้เต็ม ไม่มีที่เก็บแล้ว สามีถามซื้อมาทำไมเยอะแยะ
หืม ก็ ฉันชอบของฉันนี่น่า

วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ชอคโกแลตมัฟฟิ่น


ผลผลิตจากการไปพักร้อน
เบื่อค่ะ พักร้อนนั่งๆ นอนๆ กินๆ เที่ยว
ไม่ต้องทำงานบ้าน
ไม่ต้องล้างจาน
เหมือนจะเป็นง่อย
บ้านพักร้อนที่เราเช่าเขาอยู่มีทุกอย่างครบ
คือ เตาอบ เตาแก๊ส เตาไมโครเวฟ
แต่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย
กินนอกบ้านสะส่วนใหญ่


ชอคมัฟฟิ่นสูตรเด็ดจาก BBC
คนรักมัฟฟิ่นต้องชอบแน่ๆเลย
การทำมัฟฟิ่นนี่เป็นอะไรที่ง่ายที่สุดในโลก
แค่ใช้ตระกร้อมือ กับอุปกรณ์ง่ายๆ และเตาอบ


ใส่ถ้วยกระดาษอบโลด แป๊ปเดียวเท่านั้น
ก็สำเร็จได้กินแบบง่ายๆ
ส่วนสูตรนั้น ถ้าว่างๆ จะมาพิมพ์แปะไว้


ช่วงนี้เราเป็นง่อย ทางด้าน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสค่ะ
อัมพาตชั่วคราว แม้ลิ้นชิมรส ก็หา รสอร่อยไม่เจอ
มีอะไรก็กินกันตายไปงั้นๆ แหละ
ถ้าอาการหายง่อยกลับมาอาจจะมาอัพบล็อคบ่อยๆก็เป็นไร
ถ้าอาการนี้ยังไม่หาย
ก็ขอลาขาดจากการอัพบล็อคและติดตามบล็อคชาวบ้านค่ะ
สาเหตุเพราะไปเจอมิติใหม่ ที่ทำให้ชีวิตเจอสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ
สดใส ซ่าบซ่า ยิ่งกว่าใดๆ ที่เคยเจอมา
สิ่งใหม่ที่ว่านี้ ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป
ในทางทีดีขึ้นน่ะค่ะ


วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Hight tea in my garden. " Tiny Cherry and Almond Tea Cakes"


ช่วงนี้สาวฟักไข่ คึกคัก หุ หุ ไม่ได้เป็นชาวฟาร์มกับเขา แต่จิบชาหลังบ้านเป็นงานประจำ
ไปเห็น บล็อคสาวซามอ ทำมินิเค้กน่ากินดี พอดีช่วงนี้เชอรี่เริ่มออก
แหมได้จังหวะพอดี อากาศก็ดี ฟ้าเป็นฟ้า วันนี้คลุกอยู่กับครัว และสวนหลังบ้านเพลินดี



จริงๆ แล้วอยากกิน คุ้กกี้มะพร้าวด้วย เพราะไปบ้านลูกค้าทีไร แกมักจะเสริฟเจ้าคุ้กกี้นี้
พร้อมกับน้ำชา แต่คนแถวนี้เวลาน้ำชาเขา ให้กินคุ้กกี้ชิ้นเดียว แต่บ้านดาวเหรอ
เสริฟไม่อั้น หยิบกินได้ตามสบาย
คุ้กกี้มะพร้าว ยากตรงไหน ไข่ขาว+น้ำตาลทราย+มะพร้าวแห้ง

สารพัดชา เพราะเวลาไปไหนเจอชาแปลกๆ กลิ่นใหม่ๆ จะซื้อมาลองทุกครั้ง
แต่กินไม่เคยหมดสักที ชอบ มิ้นท์ กับ Rooibos อื่นๆ ก็ใช้ได้ แต่ไม่โปรด


ว่าด้วยเรื่องมินิเค้ก เขาว่าสูตรมาจากป้ามาธาร์ แหม ป้าใส่เนยสะเยอะ ด้วยความที่ว่า
ลดหน่อยน่า ใส่เยอะก็อ้วนเยอะ เราก็ลดเนยจากสูตรเขาลงหน่อยนึง
หนุ่มน้อยหน้าหล่อบอก "มินิเค้กอร่อยที่สุดเลย"



จะลืมน้ำชาได้ไงเนี่ย ของโปรดเราคือ กลิ่นนี้ หอมเครื่องเทศกับกลิ่นน้ำผึ้ง



อินเทรนสะ มามะ มาจิบชากัน อิ อิ


ปล.ดอกไม้ให้เธอ......คนนั้น สำหรับไปบนเจ้าที่เจ้าทาง สาธุ ขอให้เธอคนนั้นได้รางวัลที่หนึ่ง

วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553

FOCACCIA ขนมปังเหนียวๆ เค็มๆ


FOCACIA ขนมปังเค็มๆ เหนียวๆ 5555+ เอ๊ะ เค็มๆ เหนียวๆ นี่ยังไง
ไม่เหมือนคนทำน่ะ .. เป็นขนมปังน้ำมันมะกอก ตามสูตรเห็นเขาใส่ มะมอกดอง
กับ ออริกาโน่ แต่เราไม่มีมะกอกดอง มีแต่ออริกาโน่แห้ง กับชีสละกัน โรยเกลือเม็ดด้วย
แต่เราว่า ขนาดที่ไม่โรยเกลือแล้วยังเค็มเลย


จริงๆ ต้องบอกว่าเป็นขนมปังรุ่นทดลองเครื่องทำหนมปังที่เพิ่งถอยมา
ราคามือสอง ต่อรองกันลงมาอีก เขารับประกัน ถ้าไม่ดีภายในห้าวันทำการ
ให้มาเอาเงินคืน คำนวณราคาแล้ว โอ้วว ซาร่ารับได้ เทให้หมดทั้งกระเป๋า
พร้อมทั้งเศษสตางค์ด้วย คนขายใจดี บอก แค่นี้ก็ได้

ใครอยากทำบ้าง เอาสูตรไปทำน่ะ


ส่วนผสม
น้ำอุ่นพอแตะมือได้ 250 กรัม
น้ำตาลทราย 10 กรัม
ยีสต์ 7 กรัม
แป้งขนมปังสีขาว 405 กรัม
นมผง 1 ชต
1/2 ชต เกลือ
น้ำมันมะกอก 2 ชต

ส่วนผสมโรยหน้าขนมปัง
น้ำมันมะกอก 1 ชต
1-2 กลีบ กระเทียบสับ
มะกอกดอง ตามชอบ
ออริกาโน่แห้ง ตามชอบ
เกลือบดหยาบ (ไม่ใส่ดีกว่าน่ะ เค็มอยู่แล้ว)

ผสมน้ำอุ่นกับยีตส์และน้ำตาลทรายไว้สักครู่ หลังจากนั้นก็ เอาไปผสมของส่วนผสมที่เหลือ
นวดจนเนียน
จริงๆ นวดด้วยมือก็ได้ ง่ายๆ ขั้นตอน นวดให้เนียน ปล่อยให้ขึ้นสองเท่า
ไล่ลม พักแป้งให้อืดสักพัก แล้วใช้มือกด บุ๋มๆ โรยด้วยชีส หรือ มะมอกดอง
ออริกาโน่ อบไฟ 180 ซี 20-25 นาที



แหม เหนียวๆ เค็มๆ สมคำร่ำลือจริงๆ ว่า หนุ่มอิตาลี่ยิ่งกว่าตังเม
เพื่อนสาวไทยอยู่ อิตาลี่มาบ่นให้ฟังประจำ ว่าหนุ่มอิตาลี่ตังเม ขนมปังก็เลย
เค็มๆ เหนียวๆ ไปด้วย หรืออาจจะเป็นบางคนก็ได้
พรุ่งนี้มีนัดทำ พิซซ่ากับหนุ่มน้อยหน้าตาดี แต่ผลจะออกมาเป็นอย่างไรไม่รู้
รอดูต่อไป



......สุขสันต์วันฟ้าใส........