home เมนูขนมหวาน

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552

งานทดสอบฝีมือปั้น ลูกชุป

ปั้นลูกชุปใครว่าง่าย ใช้เวลาปั้นนานมากเลยอะ
แรงบันดลใจให้ปั้นลูกชุปคือ ไปเจอเทพตัวจริงเสียงจริง
ที่เกิดมาปั้นลูกชุปโดยตั้งแต่เกิด น้องจา หรือ เทพจา
ครั้งกระโน้น หลายเดือนที่ผ่านมา ไปงานปาร์ตี้ฮาแตก แดกแล้วห่อกลับ
ไปเจอลูกชุปถาดใหญ่ โห เท่ากันทุกลูก สวยงาม เริ่ด เหมือนฝีมือทำขายเลย
ไม่ใช่สมัครเล่น สอบถามไป สอบถามมา น้องจา เกิดมาเพื่อปั้นลูกชุป
แรงขยันบรรเจิด รุ่งขึ้นหลังจากขโมยลูกชุปจากเทพจากลับมา
แถมถามสูตรมาคร่าวๆ แต่จำไม่ได้ละ 5555+ ถ้าจะทำอีกที ต้องโทรถามเอา
ใช้เวลาปั้นแค่จานเดียว ค่อนคืน ทั้งปั้น ทั้งทาสี ทั้งชุป
ไม่ใช่เรื่องง่าย


เราไม่มีโฟมจ๊ะ ใช้ส้ม กับ ไม้จิ้มฟันแทน ก็พอถูไถแทนกันไปได้
ทำสี หกเลอะเทอะมากมาย อยากทำเห็ดสีม่วง ไหนเห็ดกลายเป็นสีฟ้าไปได้


เอ้า ชมพู่ ส้มกล้วย มีถ้วยอุ่นชอคโกแลตก็นำมาใช้เป็นประโยชน์คราวนี้นี่เอง
เอามาอุ่นวุ้น ไม่งั้นวุ้นมันแข็ง เพราะปั้นกับทาสีก็ใช้เวลาสะนานๆ ไม่อุ่นวุ้น วุ้นก็แข็งชุปไม่ได้อีก








จานแค่เนี่ยะ ใช้เวลาสะมากมาย
ถ้าจะทำครั้งต่อไป คิดดูก่อนน่ะ ใช้เวลานานสะจริงๆ
ญ ห้าดาว ชอบทำอะไรที่มันง่ายๆ และรวดเร็ว เพราะเวลาว่างมีน้อยนิดสะจริงๆ


อิ อิ ชอบกินเห็ด แต่นี่สงสัยเห็ดจะเป็นพิษ สีตกใส่กันสะ
ได้แต่หวังว่า งานปาร์ตี้คราวหน้า น้องจา ปั้นลูกชุปมาอีกน่ะ น่ะ น่ะ...

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2552

เปี๊ยะสวย



ผลงานล่าสุดทำลายสถิติตัวเอง ปั้นหนมเปี๊ยะตั้ง 14 ชุด ชุดละ 25 รวมแล้ว +350 ลูก มีแอบเก็บไว้จิบน้ำชายามบ่ายนิดหน่อย
แต่ตอนนี้หมดเกลี้ยงแล้วจ้า เปี๊ยะที่ทำมี สามแบบ คือ ถั่วไข่เค็ม ถั่วไม่มีไข่ ถั่วแดง แล้วก็เผือก ไส้เผือกนี่ใช้เวลานานมากเวลาตอนกวนไส้ ไส้ถั่วแดงต้นทุนแพงที่สุด ไส้ถั่วไข่เค็ม ต้องใช้ระยะเวลาดองไข่นานเหมือนกันน่ะ





แต่ตอนนี้หมดสต๊อคสินค้าคือ แป้งบัวแดง อาเฮียบอกไม่รู้ของจะมาเมื่อไหร่ ใช้แป้งอย่างอื่นทำก็ได้สีไม่สวยเปลือกไม่งามอีก
รออีกนิดน่ะจ๊ะ คราวหน้าคงปลายๆเดือน ตุลาคม




อันนี้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แบบของเหลือๆ ของสวยๆ เขาเอาไปหมดแล้วละ




recipe ......here






แถมโปสการ์ดอีกรูป จัดช่อดอกไม้เองจ้า

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552

อารมณ์นี้อยากกิน "ขนมกุ้ยฉ่าย" เท่านั้น



เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ตอนนอนหัวค่ำหัวสมองคิดๆ อยากกินหนมกุ้ยฉ่ายร้อนๆจัง
เฮ่ย มาจากไหนเนี่ย อยากกินตอนดึกๆเนี่ยน่ะ นอนกระสับกระส่าย หนมกุ้ยฉ่ายเขาทำยังไงเนี่ย
หนมกุ้ยฉ่ายที่อร่อยตอนเย็นแล้วแป้งก็ยังต้องนิ่ม แต่เราไม่ใช่แม่ค้ากุ้ยฉ่ายโดยกำเนิด
เราคงทำแบบแม่ค้าขายกุ้ยฉ่ายไม่ได้หรอก

ตื่นเช้ามา อย่างแรกที่ทำเลยคือ เปิดคอม ถามอากู๋ ดูดีกว่า เผื่ออากู๋จะช่วยได้
อากู๋บอกมาหลายสูตรมาก สรุปแล้วสูตรส่วนมากจะคล้ายๆกันคือ
มีแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งข้าวเหนียว และ น้ำมันพืช

เครดิตรยกให้ อากู๋ละกัน เพราะครูแต่ละท่านก็ลิงค์กันไป ลิงค์กันมา ต้นกำเนิดที่แท้จริงสงสัยมาจาก
ลูกสาวแม่ค้ากุ้ยฉ่าย อิ อิ

ว่าเรื่องกุ้ยฉ่าย กุ้ยฉ่ายเป็นพืชชนิดนึง จะต้นกระเทียมก็ไม่ใช่ จะต้นหอมก็ไม่ใช่ น่าจะเป็นพันธ์ผสมระหว่าง
หอมกับกระเทียม เลยเป็นกะเทยกุ้ยฉ่าย 5555+ ไม่เกี่ยวกันน่ะ

จะบอกว่า บ้านเราปลูกต้นกุ้ยฉ่ายด้วยแหละตะเอง ห๊า ... จริงเหรอ ...จริงเซ่
ตอนนี้เป็นดอกกุ้ยฉ่ายบานสวยเชียวละ ใกล้หน้าหนาวเข้ามาทุกที
กุ้ยฉ่ายนี้ไม่ตายแหะ ทนหนาวได้ด้วย แต่ใบมันจะหดหายไป หน้าใบไม้ผลิก็โผล่ขึ้นมาอีก
ขยายพันธ์ด้วย เมล็ด และ แตกหน่อ ดอกมีสีขาว


กุ้ยฉ่ายผัดไว้สำหรับทำหนม
ก็แค่ผัดกุ้ยฉ่ายกับ ซีอิ้วขาวและ น้ำตาลหน่อยนึง ใส่กะเทียมด้วยน่ะ บางสูตรเขาใส่เบกกิ้งโซดาด้วย
คงเพราะกุ้ยฉ่ายมีกลิ่นฉุน ใส่เบกกิ้งโซดาหน่อยนึงทำให้ลดกลิ่นฉุนลงได้น่ะ

กุ้ยฉ่าย 200 กรัม
ซีอิ้วขาว 2 ชต
น้ำตาลทราย 1 ชต
กระเทียมสับ 1 ชต
น้ำมันพืช 1 ชต
วิธีทำ ใส่น้ำมันผัดกะเทียมกับกุ้ยช่ายใส่ซีอิ้วขาว+น้ำตาล ผัดให้แห้ง แต่ของเราไม่แห้งแหะสงสัยกุ้ยฉ่ายน้อยไปหน่อย

ส่วนไส้หน่อไม้ ก็ แค่หน่อไม้กระป๋องสับ ผัดกับนำมัน ซีอิ้วขาว และ กุ้งแห้งป่น แค่นี้เอง ชิมรสตามชอบ


ส่วนวิธีทำตัวแป้งนั้น เรามีเคล็ดไม่ลับมาบอก

แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย ครึ่ง
แป้งข้าวเหนียว แป้งมัน อย่างละ ครึ่งถ้วย
น้ำสะอาด 2 ถ้วย
น้ำมัน 1/4 ถ้วย

ใส่แป้งลงในหม้อ ใส่น้ำลงไป คนให้เข้ากัน นำไปตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไป คนให้แป้งสุก
เหนียวเป็นก้อน ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วเอาไปนวดให้เนียน




ขั้นตอนนี้แหละเป็นอะไรที่ยากที่สุด เพราะมันจะติดมือเหนียวหนึบมาก
แต่เรามีเคล็ดลับ ไม่ติดมือแม้แต่นิดเดียวเลย เราเอาใส่เครื่องปั่นค่ะ เครื่องปั่นเค้ก หัวตีตะขอ
ตีแป้งเหมือนทำหนมปังเลย ใส่น้ำมันลงไปที่ ก้นอ่างนิดนึง ปั่นสักพักเอาแค่เนียนน่ะค่ะ ไม่ต้องเอาแบบขึงเป็นฟิล์ม เพราะเราไม่ได้ทำขนมปังค่ะ เราทำขนมกุ้ยฉ่าย




พอเนียนกิ๊กแล้ว เราแค่ทำโรลยาวๆ แล้วตัดให้มีขนาดเท่ากัน แค่นี้เองค่ะ ไม่ติดมือเลยสักนิดนึง
จะใช้แป้งนวลช่วยก็ได้น่ะ เราใช้แป้งมันทำเป็นแป้งนวล ใช้นิดเดียวจริงๆค่ะ



จากนั้นก็แค่ แผ่ให้เป็นแผ่นกลมๆ ใส่ไส้ จีบแบบซาลาเปาค่ะ แล้วเอาไปนึ่ง เวลานึ่งแป้งสุกนี้จะใสกิ้งๆ อย่างเห็นได้ชัดค่ะ
นึ่งไม่นานค่ะ ประมาณ 5 นาที






เสร็จแล้วมาหม่ำกุ้ยฉ่ายกัน จานข้างล่างนี้ทั้งจานเรากินตอนทำเสร็จใหม่ๆ หมดเลยค่ะ
เหลืออยู่ประมาณ 6-7 ชิ้น พรุ่งนี้เอามาทอดกินดีกว่า



ส่วนน้ำจิ้งรสเด็ดและง่ายของเรานั้นคือ
ซี้วดำ 2 ชต
น้ำส้มสายชู 2 ชต
พริกแดงซอย
แค่นี้ก็อร่อยเหลือล้ำแล้วจ้า



ใครเอาเคล็ดลับไปทำ กลับมาบอกผลการทดลองด้วยน่ะจ๊ะ อิ อิ

อู้ววว พอดีไปเจอลิงค์นี้ อยากบอกต่อเพื่อนๆจัง สำหรับคนที่อยู่เมกา



วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552

ขนมรังผึ้ง สูตรจากวัง ญ ป้า ฮาแตก ณ เอเด้



กริ้งๆๆ ฮาโหล "ฮาโหล หลวงโก้พูดขอรับ"

"สวัสดีค่ะ หนูห้าดาวจากเมืองxx ขอเรียนสายกับ ญป้าค่ะ"

แอบได้ยินเสียงข้างๆ ว่า ดาวไหน คนรับสายบอก ห้าดาว ..อ้อ ออ. ห้าดาวเหรอ

"ว่าไงหนู มีอะไรหรือ?"

"คืองี้ค่ะ พอดีหนูไปเจอของเล่นราคาพอเพียงใหม่กิ๊ก หนูเลยควักกระเป๋าซื้อมาทันที แต่หาสูตร ถามอากู๋ก็แล้ว ไม่เจอสูตรที่โดนใจสักเท่าไหร่เลยค่ะ หนูอยากกินขนมรังผึ้งแบบชาววังน่ะค่ะ เจ้าป้าพอจะมีไหมค่ะ"


"เดี๋ยวน่ะ คุ้มญ ป้าหรือจะไม่มี ไม่มีหาว่าถูกกัน "

ญ ป้าละมือจากการปอกกระเทียมเพื่อจะทำน้ำพริกมะขามสำหรับงานปาร์ตี้อาทิตย์หน้า เพื่อเปิดตำรา ณ วังฮาแตกเอเด้ "มีหนมจาก หนมไข่ หนมต้ม หนมเบื้อง อ้อๆๆๆ อยู่นี่ หนมรังผึ้ง"

ขนมรังผึ้งสูตรโบราณที่ ญ ป้าให้มา สูตรชั่งตวงเป็นแบบกิโล สงสัยชาววังเยอะหลายคน ต้องทำกินเป็นกิโลๆแหง ถึงจะพอแจกทุกคน

แล้ว ญ ป้าก็ร่ายยาว


แป้งข้าวเจ้า 250 กรัม
แป้งสาลี 50 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
ยีสสต์ 1 ชช
น้ำอุ่น 200 กรัม

วิธีทำง่ายมาก

ผสมทุกอย่างรวมกันในอ่างผสม แล้วแร๊พด้วยพลาสติกใส่ตู้เย็นไว้ข้ามคืน

พอเช้ามาตัวแป้งจะเป็นฟองๆ ใยๆ จากการหมักยีตส์



ยังๆ ยังไม่จบแค่นี้ มีอีกนิดนึง

ไข่ 2 ฟอง

ผงฟู 1/2 ชช

กะทิ ครึ่งกล่องเล็ก

มะพร้าวขูด 1 ถ้วย

ข้าวโพดต้ม ตามชอบ
ถ้าได้ใส่มาการีนแบบไทยด้วยน่ะ ใส่มาการีนแบบไทยๆถูกๆละลาย 3-4 ชต.สักหน่อยใช่เลย
ผสมรวมกัน คนๆ ให้เข้ากัน ส่วนผสมที่ได้จะเป็นฟองผุดๆ เหลวๆน่ะถูกคร้าบบบ


นำไป ปิ้งได้ ด้วยเครื่องปิ้งวาฟเฟิลไฟฟ้า หรือ เตาแก๊ส เตาถ่านก็ได้


ปัดๆ ทาๆ ชุปๆ ด้วยน้ำมันหรือเนยสักหน่อย เพื่อให้รังผึ้งเราไม่ติดพิม



ปิ้งๆ กลับไปกลับมา แง้มๆดู ถ้าเหลืองทองก็สุกแล้ว ต้องให้สุกทั้งสองด้านน่ะ ปิ้งแป๊ปเดียวเอง


ท๊า ด๊า รังผึ้งจากสูตรวังเอเด้ ก็สำเร็จ กินได้ ไม่ล้มเหลว



อาหารเช้าเสริฟพร้อมกับกาแฟแล้วจ้า




ดูข้างใน นุ๊ม นุ่ม หอมกะทิ กัดไปเจอข้าวโพด อร่อยอีก



ปล. ขอบคุณสูตรอร่อยจาก ญ ป้า ณ วังฮาแตก เอเด้