home เมนูขนมหวาน

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

ทอง ท๊อง ทอง ......


วันอาทิตย์ที่ผ่านมาโน้น ได้รับเทียบเชิญ จากคุ้มท่านป้า ญ คนนึง ซึ่งนามของท่าน ญ ป้านั้น ยาวมาก
งานอดิเรก ของ ญ ป้า คือ จัดปาร์ตี้ นัดสาวๆมาเฮฮากัน งานอดิเรกยามว่างคือเป็นนักเขียน
มีผลงานเขียนมากมาย และ เขียนประจำที่ นิตยสารฉบับนึง นามสมมุติว่า สุวดี
แต่กระนั้นมันเกี่ยวกับ ท๊อง ทอง ทอง ยังไงเนี่ย
ท่าน ญ ป้า ได้ให้นักสืบ สืบทราบมาว่า "น้องห้าดาว" ที่ ญ ป้าเรียก ชอบทำขนมและถ่ายรูปเป็นงานอดิเรก
โดนใจ ญ ป้าค่ะ เพราะท้องพระคลังแสงของ ญ ป้า เต็มไปด้วย "สากกระเบือยันเรือรบ" ต้องการอะไร
โปรดโทรถาม ญ ป้าก่อน ถ้าไม่ถาม จะโดนข้อหาว่า ดูถูก ท้องพระคลังของ ท่าน ญ ป้า หรือจะไม่มี


เรื่องมีอยู่ว่า เข้าไปเยี่ยมชมท้องพระคลังแสง แล้วไปสะดุดกับเครื่องมือชนิดนึง
มองตอนแรกงงๆ มันคืออะไร "ที่คีบถ่านหรือค่ะ "
"ตายแล้ว คุณน้องห้าดาวขา เขาเรียกว่า ที่ปิ้งทองม้วนน่ะจ๊ะ"
"อุ้ยตาย ท่าน ญ ขา ตั้งแต่น้องห้าดาวเกิดจากท้องพ่อท้องแม่มา ยังไม่เคยเห็นเครื่องปิ้งทองม้วนหน้าตาประหล๊าด ประหลาด แบบนี้มาก่อนเลย ขอหนูยืมเล่นบ้างน่ะค่ะ"
"อีหนูเอ๊ย ยืมไปแล้วทำการบ้านส่ง ป้าด้วยน่ะ "



หนูห้าดาว ก็ยัง งงๆ แล้วจะปิ้งยังไง "ท่าน ญ ค่ะ แล้วจะปิ้งยังไง"
"เอางี้ ไปถ่ายเอกสารตำราชาววังของ ป้าไปเลย "

แหม ญ ป้า นี่ใจดีจริงๆเลย หุ หุ เป็นอันว่า หนูห้าดาวก็ต้องเป็นแขกรับเชิญประจำงานปาร์ตี้
อ่านสูตรดูก็ไม่ยากเลยแหะ สูตรมีอยู่ว่า

แป้งสาลี 1 ถ้วย
ไข่ 2 ฟอง
กะทิ 1 ถ้วย
น้ำปูนใส 1 ชช
น้ำตาลปีป 1 ถ้วย
ตามหนังสือเขาบอก ให้นวดแป้งกับกะทิก่อน แล้วใส่น้ำตาลปีป น้ำปูนใส ไข่ไก่ 2 ฟอง นวดให้เข้ากัน
แล้วเอาไปหยอดที่เครื่องปิ้ง ปิ้งกลับไปกลับมา พอสุกก็เอาออกจากที่ปิ้ง แล้วก็ม้วนหรือพับตามสะดวก




ปัญหามันมีอยู่ว่า ปิ้งยังไงไม่ให้ใหม่ มือใหม่หัดปิ้ง 10 อันแรก แบบว่า ไหม้ ไม่สุก หรือ สุกข้าง ไหม้ข้าง
เกือบจะถอดใจ แป้งก็เหลือตั้งเยอะ เอาว่ะ ลองทำให้หมดนี่แหละ มันต้องมีที่กินได้บ้างสิ
จ้ากกกกกก มันมีเคล็ดลับที่มองผ่านไป ตรงด้ามมันมีที่เกี่ยวให้สองด้ามติดกัน เขาเอาไว้ทำไรน่ะ

อันนี้แหละ เขาเอาไว้ยึดให้แป้งมันหนีบติดกันและสนิทเป็นแผ่นบางเท่าเทียมกัน ชักสนุกละ เริ่มเข้าที่เข้าทาง ก็ปิ้งๆ ปิ้งแล้วก็พับก่อน เพราะยังไม่สันทัดการม้วน จะม้วนยังไงเนี่ย ต้องมีไม้ม้วน ไม้กลมๆ
ก็ไม่มีด้วยสิ ที่หาได้ ก็มีแต่ด้ามกระบวยอันนึงพอใช้งานได้
ตอนแรกก็ม้วนแบบไม่พับด้านข้าง หุ หุ ไม่ค่อยสวยแหะ

ในหนังสือเขาพับขอบสะเรียบสวย ทำไงหนอ ..........สูตรใครก็สูตรใคร
ไม่รู้เขาม้วนเขาพับกันยังไงน่ะที่ถูกต้อง

ทองพับ ทองม้วนที่อร่อย เคล็ดลับอยู่ที่กะทิ ถ้าได้กะทิส๊ดๆ สด หอมๆ ละก็ nonstop eating ทองม้วน
วันนี้ตอนถ่ายรูป หน้าดันไปอยู่ใกล้ทองพับ กลิ่นมันห๊อมๆ หอมกะทิ น่าหม่ำมากๆ ทองม้วนทองพับต้องกินกับน้ำชา กินเฉพาะขนมท่าจะฝืดคออยู่ ได้น้ำชาดีๆ น่ะ เข้ากัน เข้ากัน เป็นของฝากผู้หลักผู้ใหญ่ได้สบายเลย พี่ๆ น้องๆ ช่วยกันทำก็จะยิ่งสนุก พี่หยอด น้องปิ้ง อิ อิ

รูปข้างบนนั้น โอเปร่าแบบบ้านๆค่ะ ต้องมีนัดล้างมือค่ะ
ติดไว้ก่อนน๊า มีเวลาว่างเมื่อไหร่ค่อยมาว่ากัน "โอเปร่า"
สรุปแล้วก็ ได้ทองม้วน ทองพับ ทองไหม้ที่ทิ้งๆไป
เหลือแบบสวยตั้ง 1 กะปุกคุ้กกี้อย่างใหญ่
กินกันเพลินเลย
เด็กที่บ้านก็ชอบ ตอนแรก ม๊าม่า อะไรอะ น่าตาตลก ไม่เหมือนคุ้กกี้ที่เคยกินเลย หุ หุ อยากลองไหม
นี่มัน คุ้กกี้กะทิน่ะลูก ขนมของแม่ตอนเด็กๆ น่ะ

ตามคอนเซ็ป ต้องมีรูปถ่ายดอกไม้ด้วย นี่เป็นกุหลาบดอกสุดท้ายจากสวนหลังบ้านของปีนี้
ฤดูใบไม้ร่วงใกล้จะมาเยือนแล้วละ ต่อไปจะหาดอกไม้ที่ไหนมาเป็นแบบถ่ายรูปอีกละเนี่ย

ปล.ขอบคุณ ท่าน ญ ป้า สำหรับของยืมเล่นชิ้นนี้ค่ะ

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552

อะไรเอ่ย โยเกริตเค้ก ใช่ไหมเนี่ย


ไม่ได้ตั้งใจทำให้เป็นแบบนี้หรอก 5555+ เค้กไรก็ไม่รู้ แบ๊นๆ แบนๆ ก็เลยม้วน

เพราะตามสูตรที่ ขโมย จาก เจซอง ณ ก้นครัวมา เขาใส่ พิมอันเล็กๆ

แต่เดี้ยน ดันไปใส่ พิมอันใหญ่ มันก็เลยกลายเป็นแบบที่เห็นนี่แหละ



ที่เห็นเป็นจุดๆ สีดำๆ นั้นคือ ชอคโกแลตสับ หอมโยเกริต สมคำร่ำลือ

กินได้เพลินเลย ไม่เลี่ยนด้วยน่ะ อันนี้จัดว่าเป็นพวกไดเอทเค้กละกัน




สูตร

โยเกริต 100 กรัม

เนยละลาย 24 กรัม

แป้งเค้ก 24 กรัม

แป้งข้าวโพด 12 กรัม


ไข่ 2 ฟอง แยก ขาวแดง

น้ำมะนาว 1 ชช

น้ำตาล 60 กรัม


ตีไข่ขาวกับน้ำตาล

ส่วนผสมที่เหลือ ผสมรวม ขาว+แดง

อบไฟรองน้ำ ไฟ 170 ถาด 5 นิ้ว 25 นาที

ขอบคุณสูตรอร่อยจาก เจซอง ณ ก้นครัว




วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2552

กระท่อมรจนา 1




อยากมีบ้านที่เมืองไทยสักหลังนึง ไม่ต้องใหญ่ ขนาดกะทัดรัดกำลังพอดี ทำไงดีถึงจะมีบ้าน หืม ต้องทำงานสิเก็บเงิน จริงๆเป็นคนเก็บเงินไม่ค่อยอยู่เท่าไหร่ ตั้งแต่ทำงานก็ชอปปิ้งน้อยลง ไปตลาดน้อยลง เสื้อผ้าไม่ซื้อ ทำงานๆ รู้สึกว่ามีความสุขกับการทำงานเหลือเกิน เพราะคนเรามีเป้าหมายว่าจะทำอะไรสักอย่างนึง

ถ้าทำงานไปวันๆ ไม่มีเป้าหมาย คงน่าเบื่อที่สุดเลย


บ้านหลังนี้ ซื้อแบบสำเร็จมาจาก อ. ช่วย 999 บาท กรั๊กๆๆ ถูกใจมาก สำหรับคนงบน้อย เอาน่ะ ยังไงๆ ก็บ้านพักร้อน หลังเล็กๆละกัน แต่ค่าเซ็นต์แบบ แถวๆ บ้านนอก พร้อมค่าน้ำชา ช่างเทศบาลตำบลบ้านนอกก็เสียไปอีก 6000 กรำ ทำไมโง่จริง น่าจะยื่นเรื่องเมื่อปีที่แล้วที่ยังเป็น อบต. ไม่ต้องเสียค่าเซ็นต์แบบสักกะบาท งบประมาณ ตามแบบมาตรฐาน 1.6 ถึง 1.8 ล้าน หืม ชีวิตนี้ยังไม่เคยเป็นหนี้ บัตรเครดิตรก็ไม่ใช้ ไปไหน พกเงินสด ต่อไปจะไม่พกบัตรเดบิตรด้วย จะตระหนี่ให้มากๆ


ตามแบบ หลังคาซ้อนกัน สองชั้น ไม่เอา เปลือง ไร้ประโยชน์ ตัดทิ้งไป เอาแบบชั้นเดียว ยาวลงมาเลย

จริงๆ เอาแบบโครงสร้างเดิม แต่ภายในเปลี่ยนไป เพราะอยากได้อะไรหลายอย่าง ตามแบบมีบางอันที่ไม่ชอบ ก็ไม่เอา พอสร้างเสร็จก็ไม่เหมือนในรูปนี้เหรอ 55555+



ลงเสาเอกวันที่ 2 สิงหาคม 2552 ตอน 9 โมงเช้า หืม อากาศเป็นใจม๊ากๆๆ แดดเปรี้ยงเลย ท้องฟ้าสีคราม

ตามประเพณี ก็ใส่ดอกไม้ใส่เงินใส่ทอง ให้เป็นศิริมงคล ก็เอาตามนั้น ตามคนเฒ่าคนแก่ว่าละกัน เช้ามาตอน 8 โมง ก็มีวิธีไหว้เจ้าแม่ธรณี มีใครรู้จักมั่ง คนทางเหนือ จะมีแท่นบูชาพระแม่แผ่นดิน คือ แม่ธรณีจะมีทุกบ้านจริงๆ น่ะ ถ้าแบบบ้านนอกจริงๆ




เราล้อมรั้วทั้งสี่ด้าน เนื้อที่บริเวณเยอะพอสมควร 3 งาน เขาว่างั้นน่ะ ตอนนี้ปรับหน้าดิน แล้วโล่งๆ ดีจัง

เอาต้นสักลงทั้งหมด 12 ต้น เดิมที่ดินตรงนี้ปลูกต้นสัก เราก็มีต้นสักไว้ทำเฟอร์นิเจอร์อีก













วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Tiramisu "Heaven in your Mouth"

คุณเคยกินของหวานที่ชื่อ ทิรามิสุ ไหม รสชาดมันเป็นยังไง????
จำไม่ได้ว่าเคยกินครั้งแรกที่ไหน แต่ไอศครีมรสทิรามิสุ กินบ๊อยๆ บ่อย ชอบมาก
มาว่ากันต่อ ทิรามิสุ มันคืออะไร เขาว่าเป็นของหวานยอดฮิตของชาวอิตาเลี่ยน
แต่ทิรามิสุ ไม่เลี่ยนน่ะ เป็นครีมนุ๊มๆ ที่โรยด้วยผงโกโก้ หอมกลิ่นอัลกอฮอล์
หวานครีมนิดๆ ตัดกับรสขมๆของกาแฟจากบิสกิตเลดี้ฟริ้งเกอร์ที่ชุ่มด้วยกาแฟแอสเพรสโซ่เข้มๆ
แล้ว ตะเอง เอาสูตรมาจากไหน หืม ถามดีน่ะ บางคนเอามาจากหนังสือ คนเขียน
ก็ไม่รู้เอามาจากไหน หรือ มาจากสูตรของต้นตระกูลชาวเลี่ยน ว่าไปนั้น
เวลากิน ได้กลิ่น แอลกอฮอล์ไหม เขาใส่อะไรอะ เหล้าแม่โขงไหม 5555+
ม่ายช่าย ตะเองก้อ เขาใส่เหล้าอัลม่อน เห็นเขาเรียกกันงี้ "อามาเรตโต้"

เฮ่ย สูตรเขา ออริจินอล ตีไข่สด 55555+ ใครไม่กินไข่สดก็ปิดหน้าจอผ่านไปได้เลย
สูตรเขามาจากฝากะปุก ครีม มาสคโปเน่ ของแท้แน่น๊อนนน


ส่วนผสมก็มีเท่าที่เห็น ทำตามทุกอย่างเลยแต่ทำแค่ครึ่งส่วน ตีไข่แดงกับน้ำตาลครึ่งส่วนให้ขึ้นนวลเป็นเนื้อสาวอ่อน อิ อิ แล้วไงต่อ ก็ เอาครีมมาสคโปเน่ผสม คน บี้ ให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วก็ใส่
อัลกอฮอล์ เหล้า อามาเรตโต้ แหม เนื้อครีมมัน ห๊อมๆ กลิ่นอัลม่อน
แล้วก็ต่อด้วยการตีไข่ขาวกับน้ำตาลทรายที่เหลือ
แล้วก็เอาไปผสมกับส่วนก่อนหน้านี้ เสร็จแล้ว แต่ยังไม่เสร็จดี
ชงกาแฟจากเครื่องทำเอสเพรสโซ่มาสิ 1 แก้ว กาแฟยี่ห้อดีๆ หน่อยน่ะ ขึ้นตอนนี้ออฟชั่นทางเลือกของคอทองแดงต้องชอบ ใส่คาลัวลงไปเพิ่มความดันโลหิตให้สูบฉีด 5555+ (ไม่ใส่ก็ได้น่ะ)
จากนั้นเทครีมไปใส่พิม แล้วก็ เอาเลดี้ฟริ้งเกอร์ จุ่มๆ ครึ่งนึง วางเรียงกัน
หลายๆ ชั้นให้สวยงาม เสร็จแล้ว แช่เย็นอย่างน้อยสัก 2 ชั่วโมง ก่อนน่ะจ๊ะ ถึงจะกินได้


รูปข้างบน เพิ่งแตกเนื้อสาว ขวา ตอนเริ่มเป็นสาว ขาวผ่องเป็นยองใย


แหม สาวยังไม่พอ ต้องใส่ไวท์เทนนิ่ง เพื่อจะได้เป็นสาวขาวน่าเฉาะ

เสร็จสมบูรณ์ ก็เป็นครีมเนี๊ยนๆ นุ๊มๆ ไม่แตกลายงาแบบนี้
กว่าจะอบผิวในตู้เย็นเสร็จ ก็ใช้เวลานานโขอยู่ ข้ามคืนก็ได้ยิ่งดี
ก่อนจะออกงาน ก็ โรยด้วยผงโก้โก้ สักหน่อย
งามไหมละ แม่เนื้อนุ่ม เนียน 5555+

ที่ขาดไม่ได้ ต้องคู่กัน นั่นคือ กาแฟ แก้วนี้ กาแฟใส่นมร้อนธรรมดาจ๊ะ
ขาดเธอแล้วฉันจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าตอนเช้าๆ ไม่ได้ดื่ม นี่เครื่องสตาร์ทไม่ติด

..
..
..

ปล. สุดท้าย มีฉันและก็มีเธอ เพราะเรามันคู่กัน อิ อิ Heaven in your mouth.

วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ร้อนนักพักร้อนบ้างก็ดีน่ะ


ร้อนจริงๆ เลย หลังจากที่ไปเมืองไทยเพื่ออบผิวให้เป็นสีแทน ตามสเป็ค เมียฝรั่ง ต้อง อ้วน ดำ 5555+

ก็ได้ อ้วนดำ สมใจนึก ก็จะไม่อ้วนดำได้ยังไง อาหารการกิน อุดมสมบูรณ์ กุ้งหอย ปู ปลา

วันๆ ก็ได้แต่ นั่งๆ นอนๆ ไม่ต้องทำงาน พลังงานเลยเหลือเยอะไปหน่อย กลับมานี่ ขอกลายพันธ์เป็นพวก

กินพืช สักเดือนนึง พูดเรื่องน้ำหนักแล้วกลุ้มใจ ตอนอยู่เมืองไทยไม่ได้กินมะม่วงสุกเลยสักลูก กินแต่

ทุเรียน ลองกอง มังคุด พอตอนจะกลับ เลยขนมะม่วงกลับมา 3 กิโล เอามาแจกชาวบ้านเขา ซื้อที่ตลาด

ที่เมือง กระบี่ กิโลละ 60 บาทเอง อร่อย หวานหอมมากๆ ที่ทำข้าวเหนียวมะม่วงก็เพราะว่า เจ็บใจตอนอยู่

ที่สุวรรณภูมิ เห็นเขาขายข้าวเหนียวมะม่วง ขนาดเท่าจานข้างบน แต่ไม่มีไอศครีมกะทิ จานละ 150 บาท

แพงขูดเลือดจัง ในเมื่อมะม่วงกิโลละไม่กี่บาทเอง ด้วยความเจ็บใจ อดทนไว้ ทำกินเองก็ได้เหมือนกัน


กินแล้วก็นึกขึ้นได้ มีลำใย กับ น้ำมะตูมกึ่งสำเร็จรูปอยู่ จัดการชงน้ำมะตูม ใส่ลำใยสดที่หอบหิ้วมา

กินให้คลายร้อน น้ำมะตูม หอมชื่นใจจัง ไม่ได้กินมาหลายสิบปีแล้วละ



ว่าเรื่องลำใย ที่เชียงใหม่ ลำใยถูกมากมาย มัดละ 5 บาทเอง มีเต็มบ้านเต็มเมือง

ก็เลยกินจนตัวบวมกลับมา