home เมนูขนมหวาน

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552

อารมณ์นี้อยากกิน "ขนมกุ้ยฉ่าย" เท่านั้น



เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ตอนนอนหัวค่ำหัวสมองคิดๆ อยากกินหนมกุ้ยฉ่ายร้อนๆจัง
เฮ่ย มาจากไหนเนี่ย อยากกินตอนดึกๆเนี่ยน่ะ นอนกระสับกระส่าย หนมกุ้ยฉ่ายเขาทำยังไงเนี่ย
หนมกุ้ยฉ่ายที่อร่อยตอนเย็นแล้วแป้งก็ยังต้องนิ่ม แต่เราไม่ใช่แม่ค้ากุ้ยฉ่ายโดยกำเนิด
เราคงทำแบบแม่ค้าขายกุ้ยฉ่ายไม่ได้หรอก

ตื่นเช้ามา อย่างแรกที่ทำเลยคือ เปิดคอม ถามอากู๋ ดูดีกว่า เผื่ออากู๋จะช่วยได้
อากู๋บอกมาหลายสูตรมาก สรุปแล้วสูตรส่วนมากจะคล้ายๆกันคือ
มีแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งข้าวเหนียว และ น้ำมันพืช

เครดิตรยกให้ อากู๋ละกัน เพราะครูแต่ละท่านก็ลิงค์กันไป ลิงค์กันมา ต้นกำเนิดที่แท้จริงสงสัยมาจาก
ลูกสาวแม่ค้ากุ้ยฉ่าย อิ อิ

ว่าเรื่องกุ้ยฉ่าย กุ้ยฉ่ายเป็นพืชชนิดนึง จะต้นกระเทียมก็ไม่ใช่ จะต้นหอมก็ไม่ใช่ น่าจะเป็นพันธ์ผสมระหว่าง
หอมกับกระเทียม เลยเป็นกะเทยกุ้ยฉ่าย 5555+ ไม่เกี่ยวกันน่ะ

จะบอกว่า บ้านเราปลูกต้นกุ้ยฉ่ายด้วยแหละตะเอง ห๊า ... จริงเหรอ ...จริงเซ่
ตอนนี้เป็นดอกกุ้ยฉ่ายบานสวยเชียวละ ใกล้หน้าหนาวเข้ามาทุกที
กุ้ยฉ่ายนี้ไม่ตายแหะ ทนหนาวได้ด้วย แต่ใบมันจะหดหายไป หน้าใบไม้ผลิก็โผล่ขึ้นมาอีก
ขยายพันธ์ด้วย เมล็ด และ แตกหน่อ ดอกมีสีขาว


กุ้ยฉ่ายผัดไว้สำหรับทำหนม
ก็แค่ผัดกุ้ยฉ่ายกับ ซีอิ้วขาวและ น้ำตาลหน่อยนึง ใส่กะเทียมด้วยน่ะ บางสูตรเขาใส่เบกกิ้งโซดาด้วย
คงเพราะกุ้ยฉ่ายมีกลิ่นฉุน ใส่เบกกิ้งโซดาหน่อยนึงทำให้ลดกลิ่นฉุนลงได้น่ะ

กุ้ยฉ่าย 200 กรัม
ซีอิ้วขาว 2 ชต
น้ำตาลทราย 1 ชต
กระเทียมสับ 1 ชต
น้ำมันพืช 1 ชต
วิธีทำ ใส่น้ำมันผัดกะเทียมกับกุ้ยช่ายใส่ซีอิ้วขาว+น้ำตาล ผัดให้แห้ง แต่ของเราไม่แห้งแหะสงสัยกุ้ยฉ่ายน้อยไปหน่อย

ส่วนไส้หน่อไม้ ก็ แค่หน่อไม้กระป๋องสับ ผัดกับนำมัน ซีอิ้วขาว และ กุ้งแห้งป่น แค่นี้เอง ชิมรสตามชอบ


ส่วนวิธีทำตัวแป้งนั้น เรามีเคล็ดไม่ลับมาบอก

แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย ครึ่ง
แป้งข้าวเหนียว แป้งมัน อย่างละ ครึ่งถ้วย
น้ำสะอาด 2 ถ้วย
น้ำมัน 1/4 ถ้วย

ใส่แป้งลงในหม้อ ใส่น้ำลงไป คนให้เข้ากัน นำไปตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไป คนให้แป้งสุก
เหนียวเป็นก้อน ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วเอาไปนวดให้เนียน




ขั้นตอนนี้แหละเป็นอะไรที่ยากที่สุด เพราะมันจะติดมือเหนียวหนึบมาก
แต่เรามีเคล็ดลับ ไม่ติดมือแม้แต่นิดเดียวเลย เราเอาใส่เครื่องปั่นค่ะ เครื่องปั่นเค้ก หัวตีตะขอ
ตีแป้งเหมือนทำหนมปังเลย ใส่น้ำมันลงไปที่ ก้นอ่างนิดนึง ปั่นสักพักเอาแค่เนียนน่ะค่ะ ไม่ต้องเอาแบบขึงเป็นฟิล์ม เพราะเราไม่ได้ทำขนมปังค่ะ เราทำขนมกุ้ยฉ่าย




พอเนียนกิ๊กแล้ว เราแค่ทำโรลยาวๆ แล้วตัดให้มีขนาดเท่ากัน แค่นี้เองค่ะ ไม่ติดมือเลยสักนิดนึง
จะใช้แป้งนวลช่วยก็ได้น่ะ เราใช้แป้งมันทำเป็นแป้งนวล ใช้นิดเดียวจริงๆค่ะ



จากนั้นก็แค่ แผ่ให้เป็นแผ่นกลมๆ ใส่ไส้ จีบแบบซาลาเปาค่ะ แล้วเอาไปนึ่ง เวลานึ่งแป้งสุกนี้จะใสกิ้งๆ อย่างเห็นได้ชัดค่ะ
นึ่งไม่นานค่ะ ประมาณ 5 นาที






เสร็จแล้วมาหม่ำกุ้ยฉ่ายกัน จานข้างล่างนี้ทั้งจานเรากินตอนทำเสร็จใหม่ๆ หมดเลยค่ะ
เหลืออยู่ประมาณ 6-7 ชิ้น พรุ่งนี้เอามาทอดกินดีกว่า



ส่วนน้ำจิ้งรสเด็ดและง่ายของเรานั้นคือ
ซี้วดำ 2 ชต
น้ำส้มสายชู 2 ชต
พริกแดงซอย
แค่นี้ก็อร่อยเหลือล้ำแล้วจ้า



ใครเอาเคล็ดลับไปทำ กลับมาบอกผลการทดลองด้วยน่ะจ๊ะ อิ อิ

อู้ววว พอดีไปเจอลิงค์นี้ อยากบอกต่อเพื่อนๆจัง สำหรับคนที่อยู่เมกา



วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552

ขนมรังผึ้ง สูตรจากวัง ญ ป้า ฮาแตก ณ เอเด้



กริ้งๆๆ ฮาโหล "ฮาโหล หลวงโก้พูดขอรับ"

"สวัสดีค่ะ หนูห้าดาวจากเมืองxx ขอเรียนสายกับ ญป้าค่ะ"

แอบได้ยินเสียงข้างๆ ว่า ดาวไหน คนรับสายบอก ห้าดาว ..อ้อ ออ. ห้าดาวเหรอ

"ว่าไงหนู มีอะไรหรือ?"

"คืองี้ค่ะ พอดีหนูไปเจอของเล่นราคาพอเพียงใหม่กิ๊ก หนูเลยควักกระเป๋าซื้อมาทันที แต่หาสูตร ถามอากู๋ก็แล้ว ไม่เจอสูตรที่โดนใจสักเท่าไหร่เลยค่ะ หนูอยากกินขนมรังผึ้งแบบชาววังน่ะค่ะ เจ้าป้าพอจะมีไหมค่ะ"


"เดี๋ยวน่ะ คุ้มญ ป้าหรือจะไม่มี ไม่มีหาว่าถูกกัน "

ญ ป้าละมือจากการปอกกระเทียมเพื่อจะทำน้ำพริกมะขามสำหรับงานปาร์ตี้อาทิตย์หน้า เพื่อเปิดตำรา ณ วังฮาแตกเอเด้ "มีหนมจาก หนมไข่ หนมต้ม หนมเบื้อง อ้อๆๆๆ อยู่นี่ หนมรังผึ้ง"

ขนมรังผึ้งสูตรโบราณที่ ญ ป้าให้มา สูตรชั่งตวงเป็นแบบกิโล สงสัยชาววังเยอะหลายคน ต้องทำกินเป็นกิโลๆแหง ถึงจะพอแจกทุกคน

แล้ว ญ ป้าก็ร่ายยาว


แป้งข้าวเจ้า 250 กรัม
แป้งสาลี 50 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
ยีสสต์ 1 ชช
น้ำอุ่น 200 กรัม

วิธีทำง่ายมาก

ผสมทุกอย่างรวมกันในอ่างผสม แล้วแร๊พด้วยพลาสติกใส่ตู้เย็นไว้ข้ามคืน

พอเช้ามาตัวแป้งจะเป็นฟองๆ ใยๆ จากการหมักยีตส์



ยังๆ ยังไม่จบแค่นี้ มีอีกนิดนึง

ไข่ 2 ฟอง

ผงฟู 1/2 ชช

กะทิ ครึ่งกล่องเล็ก

มะพร้าวขูด 1 ถ้วย

ข้าวโพดต้ม ตามชอบ
ถ้าได้ใส่มาการีนแบบไทยด้วยน่ะ ใส่มาการีนแบบไทยๆถูกๆละลาย 3-4 ชต.สักหน่อยใช่เลย
ผสมรวมกัน คนๆ ให้เข้ากัน ส่วนผสมที่ได้จะเป็นฟองผุดๆ เหลวๆน่ะถูกคร้าบบบ


นำไป ปิ้งได้ ด้วยเครื่องปิ้งวาฟเฟิลไฟฟ้า หรือ เตาแก๊ส เตาถ่านก็ได้


ปัดๆ ทาๆ ชุปๆ ด้วยน้ำมันหรือเนยสักหน่อย เพื่อให้รังผึ้งเราไม่ติดพิม



ปิ้งๆ กลับไปกลับมา แง้มๆดู ถ้าเหลืองทองก็สุกแล้ว ต้องให้สุกทั้งสองด้านน่ะ ปิ้งแป๊ปเดียวเอง


ท๊า ด๊า รังผึ้งจากสูตรวังเอเด้ ก็สำเร็จ กินได้ ไม่ล้มเหลว



อาหารเช้าเสริฟพร้อมกับกาแฟแล้วจ้า




ดูข้างใน นุ๊ม นุ่ม หอมกะทิ กัดไปเจอข้าวโพด อร่อยอีก



ปล. ขอบคุณสูตรอร่อยจาก ญ ป้า ณ วังฮาแตก เอเด้

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552

ไม่มีมู้ดดี้ กินเมอร์แรงค์กันไหมจ๊ะ

จริงๆ แล้วมีเรื่องเยอะแยะมากที่จะต้องอัพบล็อค แต่แรงบิ้วท์ไม่มี
เช่น เรื่องไปกิน ไฮที ที่ไฮโซ ณ รติลานนา ราคา 199 บาท
กินจนไขมันจุก เก็บไว้ก่อนน่ะ บิ้วท์ลมได้เมื่อไหร่จะได้เห็นวิวสวยๆ
หนมหน้าตาไฮโซ ที่โลโซบังเอิญได้ไปกินมา


เรื่องมีอยู่ว่า เนื่องจากได้กะทะทองมาจาก เจ้าป้าสุวดี ซึ่งเจ้าป้าให้เอามาเล่นทำฝอยทองนั้น
เกิดเหลือไข่ขาวเยอะแยะมากมาย ทำไรกินดีเนี่ย แช่ฟรีสไว้อีกเยอะเลย
ทำเมอร์แรงค์ละกัน เปิดตำราหาสูตร มีเยอะแยะมากมาก เลือกมาอันนึง
จากหนังสือ ป้า ดอลน่า เฮ 55555+ แหม ก็ดันซื้อหนังสือมาแต่ไม่เคยทำตามสักสูตร
จริงๆ หนังสือแต่ละเล่น ก็ มีสูตรคล้ายๆ กัน ไม่ค่อยเห็นมีอะไรแปลกใหม่เท่าไหร่เลย
เอาว่ะ ป้าเฮ น่ะ ป้าเฮ หนังสือป้าแพงจัง ขอลองหน่อยน่ะ



สูตรเมอร์แรงค์จาก ป้าเฮ

ไข่ขาว 150 กรัม
น้ำตาลทรายขาว 225 กรัม
น้ำส้มสายชู 1 ชช
แป้งข้าวโพด 6 ชช

แค่เนี่ย ไข่ขาว+น้ำส้มสายชู ตีให้ฟองหยาบแล้วก็เติมน้ำตาลทราย
ตีต่อให้ตั้งยอดแข็งโป้กๆๆ อิ อิ เติมแป้งข้าวโพด
บีบ หยอด หรือจะตักเป็นรูปกลมๆ แล้วแต่ อบไฟ 100 ซี 1 ชั่วโมง

ที่เป็นสีชมพู ก็เพราะ หยดสีแดงลงไป หนึ่งหยด



เมอร์แรงค์ มีหลายแบบ เช่น แบบที่เห็นนี้ เป็น แบบ กรอบนอก ฟูใน ไม่เหี่ยว ไม่เหนียว ไม่มีน้ำตาลเจิ่งนอง
กับ เมอร์แรงค์ที่ แบบ กรอบทั้งนอกทั้งใน แต่ไม่แข็งโป้ก
ส่วน เมอร์แรงค์แบบอื่น ๆ เช่น เหี่ยว เหนียว น้ำตาล เจิ่งนอง หรือ กรอบนอก แต่ในแฟ๊บ เหล่านั้น ผิดพลาดอยู่ที่ขั้นตอนตีไข่ขาว
กับขั้นตอนการอบ ใครอยากได้เมอร์แรงค์แบบไหน ก็ต้องหัดสังเกตุเวลาตีไข่ กับ เวลา และไฟในการอบน่ะจ๊ะ


วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

ชีสเค้ก ลูกพรุน

มีครีมชีสอยู่ในตู้เย็น 2 เดือนละ ยังไม่หมดอายุ ต้องรีบกำจัด แล้วจะทำอะไรกินดีละ
ทำเค้กอะไรดีน่ะ ที่มันง่ายๆ กินคล่องๆ ชีสเค้กผลไม้ละกันเอาไปแจกผู้มีอายุทั้งหลาย อิ อิ
พอดี คุณนายเหว่า ให้ ลูกพรุน มาตั้ง 2 ถุงใหญ่ แล้วจะกินยังไงหมดเนี่ย
ลูกพรุนนี่ถ้าตอนไม่สุกดี เปรี้ยวปี๊ดเลยน่ะ ทำแยมไปตั้งหลายปุก แจกชาวบ้านเขาไปหมดแล้ว
ครีมชีสก็มีอยู่ 200 กรัม ทำไงดีหว่า ตีเค้กแบบบัตเตอร์ละกัน ง่ายดี เค้กบัตเตอร์นี่ง่ายมากเลย
แค่ตีครีมชีสกับเนยสด ใส่น้ำตาลทราย ใส่กลิ่นวนิลา ใส่ไข่ สูตรนี้ไม่ได้ลอกใครมา
หรือเอามาจากหนังสือใดๆ เท่าที่ทำเค้กมา ไข่ สองฟอง น้ำตาลทราย 120 กรัม
กำลังหวานพอเหมาะเจาะเลย
ฮ่า ฮ้า จริงๆ แล้วอิช้านขี้เกียจเปิดตำราพิสูจน์ความอร่อย เอาแบบง่ายที่สุดนั้นคือ
เบสิ๊ค เบสิค
เนยสด 75 กรัม
ครีมชีส 200 กรัม
น้ำตาลทรายป่น 120 กรัม
ไข่ 2 ฟอง
กลิ่นวนิลา 1 ชช
แป้งเค้ก 170 กรัม
นมสด 50 กรัม
ตีส่วนผสมตามลำดับเลย ตีเนยกับครีมชีส ใส่น้ำตาล จนฟูฟ่อง แล้วก็ใส่ไข่ทีละฟอง
ตีให้เข้ากันจนเนียน ใส่กลิ่นวนิลา ใส่แป้ง สลับกับน้ำมม คือ แบ่งแป้งเป็นสามส่วน นมสองส่วน
แป้ง นม แป้ง นม แป้ง จบ.... นำผลไม้เรียงๆ จะอะไรก็ได้ ผลไม้ที่มีติดบ้าน จบ อบไฟ 170 ซี
นาน 30 นาที
.
.
.
ท๊า ด๊า ผลการพิสูจน์ ผู้สูงวัยและเพื่อนบ้านทั้งหลาย บอก อร่อยดี กินหมด


ที่เห็นในรูปเขาราดด้วยซอส บัตเตอร์คาราเมลน่ะ อันนี้ไม่มีสูตร ใช้คาลาเมลกึ่งสำเร็จรูป
โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง .....แค่นี้เอง อร่อยแบบง่ายๆ


โชคดีปีนี้ ต้นลูกพรุนที่บ้านไม่ติดผลเลย ติดนิดหน่อยแล้วก็ร่วงไปหมด 55555+
คุณแจ๋วบ้านนี้บอก แท้งกิ้ว หลายๆ เด้อคร่า แจ๋วไม่ต้องมาไล่เก็บกวาดลูกพรุนที่เละๆ ผึ้งตอมหึ่งๆ



ส่วนรูปข้างบน ดอกไม้บนจานกับดอกไม้ในถ้วยแก้ว กินไม่ได้แต่สวย นังแจ๋วที่บ้านช๊อบ ชอบ



สุดท้ายขอบคุณ คุณนายเหว่าสำหรับลูกพรุน 2 ถุง ประมาณ 5 กิโลได้ คราวหน้าขอสัก 2 โล พอน่ะจ๊ะ อิ อิ

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2552

ทอง ท๊อง ทอง ......


วันอาทิตย์ที่ผ่านมาโน้น ได้รับเทียบเชิญ จากคุ้มท่านป้า ญ คนนึง ซึ่งนามของท่าน ญ ป้านั้น ยาวมาก
งานอดิเรก ของ ญ ป้า คือ จัดปาร์ตี้ นัดสาวๆมาเฮฮากัน งานอดิเรกยามว่างคือเป็นนักเขียน
มีผลงานเขียนมากมาย และ เขียนประจำที่ นิตยสารฉบับนึง นามสมมุติว่า สุวดี
แต่กระนั้นมันเกี่ยวกับ ท๊อง ทอง ทอง ยังไงเนี่ย
ท่าน ญ ป้า ได้ให้นักสืบ สืบทราบมาว่า "น้องห้าดาว" ที่ ญ ป้าเรียก ชอบทำขนมและถ่ายรูปเป็นงานอดิเรก
โดนใจ ญ ป้าค่ะ เพราะท้องพระคลังแสงของ ญ ป้า เต็มไปด้วย "สากกระเบือยันเรือรบ" ต้องการอะไร
โปรดโทรถาม ญ ป้าก่อน ถ้าไม่ถาม จะโดนข้อหาว่า ดูถูก ท้องพระคลังของ ท่าน ญ ป้า หรือจะไม่มี


เรื่องมีอยู่ว่า เข้าไปเยี่ยมชมท้องพระคลังแสง แล้วไปสะดุดกับเครื่องมือชนิดนึง
มองตอนแรกงงๆ มันคืออะไร "ที่คีบถ่านหรือค่ะ "
"ตายแล้ว คุณน้องห้าดาวขา เขาเรียกว่า ที่ปิ้งทองม้วนน่ะจ๊ะ"
"อุ้ยตาย ท่าน ญ ขา ตั้งแต่น้องห้าดาวเกิดจากท้องพ่อท้องแม่มา ยังไม่เคยเห็นเครื่องปิ้งทองม้วนหน้าตาประหล๊าด ประหลาด แบบนี้มาก่อนเลย ขอหนูยืมเล่นบ้างน่ะค่ะ"
"อีหนูเอ๊ย ยืมไปแล้วทำการบ้านส่ง ป้าด้วยน่ะ "



หนูห้าดาว ก็ยัง งงๆ แล้วจะปิ้งยังไง "ท่าน ญ ค่ะ แล้วจะปิ้งยังไง"
"เอางี้ ไปถ่ายเอกสารตำราชาววังของ ป้าไปเลย "

แหม ญ ป้า นี่ใจดีจริงๆเลย หุ หุ เป็นอันว่า หนูห้าดาวก็ต้องเป็นแขกรับเชิญประจำงานปาร์ตี้
อ่านสูตรดูก็ไม่ยากเลยแหะ สูตรมีอยู่ว่า

แป้งสาลี 1 ถ้วย
ไข่ 2 ฟอง
กะทิ 1 ถ้วย
น้ำปูนใส 1 ชช
น้ำตาลปีป 1 ถ้วย
ตามหนังสือเขาบอก ให้นวดแป้งกับกะทิก่อน แล้วใส่น้ำตาลปีป น้ำปูนใส ไข่ไก่ 2 ฟอง นวดให้เข้ากัน
แล้วเอาไปหยอดที่เครื่องปิ้ง ปิ้งกลับไปกลับมา พอสุกก็เอาออกจากที่ปิ้ง แล้วก็ม้วนหรือพับตามสะดวก




ปัญหามันมีอยู่ว่า ปิ้งยังไงไม่ให้ใหม่ มือใหม่หัดปิ้ง 10 อันแรก แบบว่า ไหม้ ไม่สุก หรือ สุกข้าง ไหม้ข้าง
เกือบจะถอดใจ แป้งก็เหลือตั้งเยอะ เอาว่ะ ลองทำให้หมดนี่แหละ มันต้องมีที่กินได้บ้างสิ
จ้ากกกกกก มันมีเคล็ดลับที่มองผ่านไป ตรงด้ามมันมีที่เกี่ยวให้สองด้ามติดกัน เขาเอาไว้ทำไรน่ะ

อันนี้แหละ เขาเอาไว้ยึดให้แป้งมันหนีบติดกันและสนิทเป็นแผ่นบางเท่าเทียมกัน ชักสนุกละ เริ่มเข้าที่เข้าทาง ก็ปิ้งๆ ปิ้งแล้วก็พับก่อน เพราะยังไม่สันทัดการม้วน จะม้วนยังไงเนี่ย ต้องมีไม้ม้วน ไม้กลมๆ
ก็ไม่มีด้วยสิ ที่หาได้ ก็มีแต่ด้ามกระบวยอันนึงพอใช้งานได้
ตอนแรกก็ม้วนแบบไม่พับด้านข้าง หุ หุ ไม่ค่อยสวยแหะ

ในหนังสือเขาพับขอบสะเรียบสวย ทำไงหนอ ..........สูตรใครก็สูตรใคร
ไม่รู้เขาม้วนเขาพับกันยังไงน่ะที่ถูกต้อง

ทองพับ ทองม้วนที่อร่อย เคล็ดลับอยู่ที่กะทิ ถ้าได้กะทิส๊ดๆ สด หอมๆ ละก็ nonstop eating ทองม้วน
วันนี้ตอนถ่ายรูป หน้าดันไปอยู่ใกล้ทองพับ กลิ่นมันห๊อมๆ หอมกะทิ น่าหม่ำมากๆ ทองม้วนทองพับต้องกินกับน้ำชา กินเฉพาะขนมท่าจะฝืดคออยู่ ได้น้ำชาดีๆ น่ะ เข้ากัน เข้ากัน เป็นของฝากผู้หลักผู้ใหญ่ได้สบายเลย พี่ๆ น้องๆ ช่วยกันทำก็จะยิ่งสนุก พี่หยอด น้องปิ้ง อิ อิ

รูปข้างบนนั้น โอเปร่าแบบบ้านๆค่ะ ต้องมีนัดล้างมือค่ะ
ติดไว้ก่อนน๊า มีเวลาว่างเมื่อไหร่ค่อยมาว่ากัน "โอเปร่า"
สรุปแล้วก็ ได้ทองม้วน ทองพับ ทองไหม้ที่ทิ้งๆไป
เหลือแบบสวยตั้ง 1 กะปุกคุ้กกี้อย่างใหญ่
กินกันเพลินเลย
เด็กที่บ้านก็ชอบ ตอนแรก ม๊าม่า อะไรอะ น่าตาตลก ไม่เหมือนคุ้กกี้ที่เคยกินเลย หุ หุ อยากลองไหม
นี่มัน คุ้กกี้กะทิน่ะลูก ขนมของแม่ตอนเด็กๆ น่ะ

ตามคอนเซ็ป ต้องมีรูปถ่ายดอกไม้ด้วย นี่เป็นกุหลาบดอกสุดท้ายจากสวนหลังบ้านของปีนี้
ฤดูใบไม้ร่วงใกล้จะมาเยือนแล้วละ ต่อไปจะหาดอกไม้ที่ไหนมาเป็นแบบถ่ายรูปอีกละเนี่ย

ปล.ขอบคุณ ท่าน ญ ป้า สำหรับของยืมเล่นชิ้นนี้ค่ะ