home เมนูขนมหวาน

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เปาสูตรรักสูตรอร่อยจากเจ๊หลี


เรื่องมีอยู่ว่า ดาวไปเจอยีสต์ก้อนกลมๆ แห้งๆ คลายๆ ลูกแป้งข้าวหมากเลย แต่เป็นของ อินโด หน้าซองเขียนว่า gist แอมโมเนียมก็มีแล้ว เอาว่ะ ลองสูตรรักในตำนานนี้ดูสักหน่อย หมักแป้งวันแรก เละตุ้มแปะเลย
มันจะใช้ได้หรือเปล่าเนี่ย ไม่เป็นไร ทำแค่ 1/5 ส่วนของสูตรเอง เจ๊หลีบอกของเจ๊หมักแค่ 10 ชั่วโมงเอง
ของดาวหมักแล้วลืม ปาไป 24 ชั่วโมง แป้งวันที่สอง หมักต่ออีก 20 ชั่วโมงแนะ ท่าทางจะเหลวสะมั่งนี้
เอาว่ะ ทำต่อไป นวดแป้งวันที่ 3 ต่อ มันเละๆ นิ่มๆ ยังไงไม่รู้ สงสัยดาวใส่น้ำตอนหมักวันที่สองเยอะไป
วันที่สามเลยไม่ใส่น้ำ ใส่แต่ไข่ขาว แป้งก็ยังนิ่มเละอยู่ดี ต้องเพิ่มแป้งเข้าไปอีก ไม่งั้นนวดติดมือมากๆ



ผลที่ได้ก็ตามรูปถ่ายนี่แหละ ตอนนึ่งใหม่ๆ ตัวแป้งนิ่มมากๆเลย แป้งมีผิวบางๆด้วย ถ้าจับตอนร้อนๆนี่ติดลายนิ้วมือขึ้นมาทันที เมื่อเช้าเลยกินไปสองลูก



ดูสิ แตก เห็นไส้ทะลัก น่ากินไหม สูตรนี้ทำขายส่งภัตราคารได้เลยน่ะ 5555+
ดาวทำทั้งหมด 1/5 ส่วน ตัดแป้งก้อนละ 35 กรัม ได้ทั้งหมด 18 ก้อน พอดีเลยสำหรับครอบครัวเล็ก
ดาวกินไม่หมดภายในวันเดียวหรอกจ๊ะ ก็ เก็บใส่ช่องฟรีสไว้ อยากกินเมื่อไหร่ก็เอาออกมาอุ่นกิน









แบบเข่ง ยัดใส่เข่งได้ สองลูกพอดี สองลูกนี่ก็แทนข้าวหนึ่งมื้อเลยละ



อันนี้ ไส้ทะลักทะลาย น่าหม่ำดีไหม




สุดท้ายก็ ดอกมะลิ ฝรั่งเรียกดอกนี้ว่าจัสมิน ดาวปลูกไว้หลังบ้าน มอบให้ เจ๊หลีสุดเลิฟจ๊ะ


วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เปาหน้าแตกสูตร 2 จากบล็อค wee_nong




เนื่องจาก น้องหน่อง
มากระแซะๆ พี่ดาวสนไหม บล็อควีหน่องก็มีน่ะ เปายีสต์แอมโมเนียมหน้าแตก หุ หุ เข้าไปค้นหาในบล็อคก็เจอ สูตรคล้ายๆกับเปาฮ่องกงเลย ต่างกันนิดเดียวเอง แต่ผลที่ได้ก็ได้เปาหน้าแตกสวยงาม แป้งก็นิ่มดี ระดับเกรดยกให้เป็นเปาภัตราคารค่ะ ของดาวมีข้อเสียอยู่นิดนึง แป้งไม่ค่อยขาวเนื่องจากไม่ได้ไปตลาด ไม่มีแป้งบัวแดง ใช้แป้งตราหัวผักกาด ก็ได้เกือบจะขาวจั๋วะ หุ หุ หักไป 2 แต้ม 5555+
งั้นขอลอกมาทั้งดุ้นจากเวปน้องหน่อง
เลยน่ะ แด๋วเกิดบล็อคแกงค์ล่มหรือถูกยึดบล็อคพี่จะไปตามหาสูตรได้จากไหนละ

การเตรียมแป้งเชื้อ
ส่วนผสมส่วนผสม น้ำหนัก (กรัม)
แป้งเค้กตราจิงโจ้เกาะดาว (หน่องใช้แป้งกิเลนหรือบัวแดงก็ได้นะค่ะ) 400 กรัม หรือ 4 ถ้วย
น้ำ 220 หรือ 1 ถ้วย
ยีสต์แห้ง * 0.1 กรัม หรือ 1/4 ส่วนของ 1/4 ช้อนชาหรือ 1/16 ช้อนชา




การเตรียมส่วนผสมโดซาลาเปาส่วนผสม น้ำหนัก (กรัม)
สูตรตวงแป้งเค้กตราจิงโจ้เกาะดาว 280 หรือ 2 3/4 ถ้วย
ผงฟู 28 กรัม หรือ 3 1/2 ช้อนโต๊ะ
แป้งเชื้อทั้งหมด 620 กรัม ใช้ทั้งหมด
น้ำตาลทราย 168 กรัม หรือ 3/4 ถ้วย+2 1/2 ช้อนโต๊ะ
แอมโมเนีย 4.8 กรัม หรือ 1 1/2 ช้อนชา ไข่ขาว 84 กรัม หรือ 2 1/2 ฟอง
เนยขาวตราเอราวัณ 70 กรัม หรือ 1/3 ถ้วย+ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำหนักที่ได้ 1,254.8 กรัม ตัดน้ำหนักก้อนละ 30 กรัม จะได้จำนวน 41 ก้อน
วิธีทำร่อนแป้งเค้ก (กิเลน) พักไว้ นวดแป้งเชื้อ ผงฟู น้ำตาลทราย แอมโมเนียละลาย (ถ้าใช้เครื่องผสมให้ตีด้วยความเร็วต่ำหัวตีใบไม้ นาน 2 นาที) ในสูตรที่เค้าให้มา ไม่มีเติมช่วงใส่ไข่ขาว แต่โชคดีนะที่หน่องเก่ง เลยทำเองเลย ทำตามแบบฉบับของหน่อง ไม่ค่อยสนใจวิธีเค้าเท่าไหร่ มั่วๆๆหน่องเอาไข่ขาวมาเติมตอนนี้ค่ะ พอใส่ไข่ขาว มันเละๆ นวดไม่ได้ ติดมือ ไม่อยากมือเละ 5555 หน่องเลยซัดแป้งที่ร่อนแล้วลงไปเลยค่ะเติมแป้งที่ร่อนไว้ลงไป นวดต่อจนก้อนแป้งพอเนียนไม่ติดมือ (ใช้เครื่องให้ตีด้วยความเร็วต่ำหัวตีใบไม้นาน 2-3 นาที) ****** เคล็ดลับการทำเปาหน้าแตกมีนะค่ะ*****ไม่ควรนวดซาลาเปานานเกินไป เพราะจะทำให้เนื้อซาลาเปาเหนียว และซาลาเปาจะแตกไม่สวย จริงๆ เจ๊หลีเคยสอนหน่องไว้เมื่อคราวก่อนเหมือนกันว่า เปาหน้าแตกกับเปายีสต์ไม่เหมือนกันนะค่ะ หน้าแตก ห้ามนวดนาน หน่องเคยทำแบบยีสต์มาแล้ว สรุปกินไม่ได้ค่ะ สูตรนี้ง่ายมากๆ แค่ขยำๆ พอเข้ากันเองค่ะ จนได้มาเป็นแบบนี้ สูตรตามเวป จะเติมเนยขาว ก่อนใส่แป้ง แต่หน่องทำตามแบบของหน่อง เพราะหนอ่งไม่ได้ใช้เครื่องมือในการตี วันนี้ใช้มือ ฉะนั้นจะทำตามสูตรไม่ได้ คงเละน่าดู เลยต้องทำแบบนี้ค่ะ หรือใครจะทำตามสูตรที่หน่องแปะลิงค์ให้ก็ได้นะค่ะ หน่องเลยมาเติมเนยในขั้นตอนสุดท้าย หลังจากแป้งดูดซึมน้ำได้ดีแล้วค่ะ แป้งที่นวดได้ ย้ำๆๆ ห้ามนวดนาน พอเข้ากันะคะ นวดนานกินไม่ได้ไม่รู้ด้วยนะ เราเตือนคุณแล้ว นำมาตัดน้ำหนัก ก้อนละ 30 กรัม ห่อไส้ จับจีบแล้วนำไปนึ่งทันที นึ่งนาน 10-15 นาที ใช้ไฟปานกลาง ***** มาอีกแล้วเคล็ดลับ อันนี้หน่องได้มาจากเจ๊หลีคนสวย****เปาหน้าแตกไม่ต้องคลึงกลมนะค่ะ แบ่งแล้วห่อได้เลย พอดีในเวปนี้ก็ไม่ได้พูดถึงการคลึงหน่องเลยถือโอกาสบอก เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเลยค่ำต้องขอบคุณเจ๊หลี มากๆๆ ด้วยนะค่ะ ที่แนะนำหน่องเสมอเลย อิอิ แป้งที่หน่องแบ่งได้ หน่องตักไส้จีบเลยค่ะ จีบไม่งามไม่ต้องสน เพราะมันจะแตกเอง ยังไง ๆ ก็งามค่ะ ไม่เชื่อต้องพิสูจน์ 5555 ยั่วกันอีกแหละ


ไส้หมูแดง ยกความดีความชอบให้โลโบ้ ระดับนี้แล้ว คุณนายโลโบ้เท่านั้นช่วยท่านได้ ฮี่ ฮี่



แตกสวยงามดีจริงๆ แป้งนิ่มดีด้วยละ ทำขายได้เลยน่ะเนี่ย


อันนี้ก็หน้าแหกระเบิดระเบ้อ เป็นไส้คัสตราดแบบพิเศษคือ Whitechoc คัสตราด
จริงๆแล้วเรื่องของเรื่องคือ ละลายไวท์ชอคแล้วมันเหลือเยอะ ก็ไม่รู้จะเอาไปทำไรได้
ก็เลยทำไส้คัสตาดสะเลย ใช้แทนน้ำตาลทราย ใส่เมล็ดวนิลาด้วย หอม หวาน ชวนชิมจริงๆ
เพื่อนสาวบอก เออ อร่อยดี ขอสูตรหน่อย 5555+ เสียใจด้วย จำสูตรไม่ได้ ใส่แบบมั่วๆ
แต่ดันออกมาอร่อยสะนี่



อันข้างล่างนี้เหมือนไข่ดาวไหม เปาไข่ดาว แตกได้แบบผิดทางน่ะเนี่ย แตกข้างๆสะงั้น ไส้ทะลัก







อันนี้ปั้นขลิบไส้ไก่ฝีมือเพื่อนสาวผู้ดั้นด้นบอก อยากกินปั้นขลิบ เขาปั้นกันยังไง ปั้นขลิบไม่เป็น มาช่วยกันปั้นก็ได้ปั้นขลิบหน้าตาน่ากินแบบนี้ อร่อยน่ะจะบอกให้ กินกันพุงกางทั้งซาลาเปาทั้งปั้นขลิบ

ปล.ขอบคุณเทคนิคการทำเปาจากเจ๊หลีและวีหน่อง

วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ลองอีกทีน่ะ กับ เปาหน้าแตก



ไปเจอบล็อคๆนึงโดยบังเอิญเป็นของเพื่อนบล็อค เปาฮ่องกง เป็นการทำเปาโดยใช้ยีตส์ ผงฟูและแอมโมเนียม เนื่องจากแป้งข้าวหมากหายาก แอมโมเนียมพอจะหาได้ ก็เลยลองเปาสูตรนี้
ก็ได้เปาหน้าแตก พอเย็นแล้วแป้งไม่แข็งแห้งเพราะมีส่วนผสมของน้ำมัน แต่จะกินให้อร่อยต้องเอามานึ่งอีกที บ้านดาวไม่มีลังนึ่งขนาดใหญ่ มีแต่แข่งนึ่ง ซึ่งก็นึ่งได้ทีละ 7 ลูก สูตรนี้ได้ประมาณ 30 ลูก แต่ดาวทำครึ่งสูตร ตัดแป้งก้อนละ 40 กรัม ได้ประมาณ 14 ลูก นึ่ง สองรอบแนะ

ไส้หมูแดงย่างที่ผัดกับหอมหัวใหญ่ น้ำมันงา แป้งข้าวโพด แป้งมัน น้ำตาลทรายและ ซีอิ้วหวาน ใส่สีเพิ่มสีสัน ปรุงรส ชิม หวานๆ เค็มๆ แต่หวานนำ
ฝีมือปั้นเปา ยังอ่อนหัดยิ่งนัก ไม่เป็นรูปเป็นร่างสักเท่าไหร่

นึ่งแล้ว เป็นแบบนี้ แตกบ้าง แหกบ้าง แตกนิดแตกหน่อยบ้าง
หน้าตาเหมือนเปาภัตคารไหม ไม่เหมือนเปาโรงงานน่ะ 5555+
ความนิ่ม ไม่นิ่มมากเหมือน เปาเนยขาว ซึ่งนิ่มๆจนเกินไป
เปานี้ก็นิ่มน่ะ เป็นเปาโฮมเมด สุขภาพไร้เนยขาว 5555+
วันนี้ใช้แป้งแบบขาวไม่มาก ขาวขุ่น เป็นแป้งทำเปาจากไต้หวัน ซึ่งไม่ขาวจั๊วะ แต่ไม่เป็นไร
วันศุกร์มีนัดล้างมืออีกรอบ กับ แป้งเปาขาวจั๊วะ



ใส่แข่งติมซำสองลูกไม่ได้ ใส่ได้แค่ลูกเดียว ขนาดกำลังพอดี กิน สองลูกอิ่ม



ดูไส้กันตูมๆ แบบนี้ น่าหม่ำดีไหม ตัวแป้งดาวต้องนวดนานกว่านี้อีกนิดนึง อันนี้ก็นิ่มแล้วน่ะ แต่ถ้านวดนานกว่านี้เนื้อจะสวยกว่านี้อีก แต่ยังมีกลิ่นแอมโมเนียมนิดๆ ตอนเอาออกจากลังนึ่ง คงเป็นเพราะว่า ไม่ใช้ลังนึ่งขนาดใหญ่ ความดันไอน้ำไม่แรงพอ แต่พอนึ่งซ้ำอีกที กลิ่นก็หายไปน่ะ



อันนี้แบบตูมๆ แตกกระจุยกระจาย




น่าหม่ำไหมละ วันนี้กินไป สองลูก อิ่มมากๆเลย แจกเพื่อนบ้านไป 4 ลูก เหลืออีกหลายลูก


แหมเสียดายแป้งไม่ค่อยขาวสักเท่าไหร่แหะ ไว้แก้มือรอบหน้าจ๊ะ



วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Hotel Villa de Klughte ตื่นมาเป็นเจ้าหญิง 2 คืน

ณ ค่ำคืนหนึ่ง ที่หนูซินได้หลับไหลหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากงานบ้าน งานครัว ทั้งวัน คืนนั้น หนูซินได้ฝันไปว่า ลุงซานต้าขับรถเบนส์เปิดประทุนมาหาพร้อมกับ ยื่นซองสีฟ้ารูป มีรูปดาวประดับสวยงามมาก
ซานต้าครอส " หนูซิน ลุงซานต้าจะให้ของขวัญหนูสักอย่างอย่างนึงเป็นรางวัลในฐานะ หนูซินทำงานบ้าน งานครัว ขัดส้วม ล้างจาน ถูบ้าน รับใช้คุณท่านทั้งสอง และตาแก่ยายแก่ ทั้งปีโดยไม่ปริปากบ่น ลุงซานต้าจะเสกให้ หนูซิน เป็น ซินเดอเรร่าเจ้าหญิงผู้เลอโฉมเพียบพร้อมด้วยข้าทาสบริวานแต่มีข้อแม่ว่า เป็นเจ้าหญิงได้แค่สองคืนเท่านั้นน่ะ โฮะ โฮะ โฮะ " แล้วลุงซานต้าก็ขับรถจาก

หนูซินสะดุ้งตื่น พร้อมกับความงุนงง และ พบว่าในมือตัวเอง ถือซองผ้าป่า อะเร่ย ไม่ใช่ ซองสีฟ้านั่นอยู่


กรี้ดดดดดดด โอ้ววมายกอด พระเจ้าช่วยกล้วยแขกทอด หนูซินเปิดซองสีฟ้าด้วยมือที่สั่นระริก ในซองมีการ์ดเขียนข้อความว่า "ให้เจ้าถือการ์ดนี้ไปพักปราสาทราชวังได้ทุกแห่งที่เจ้าต้องการ เพียงแต่โชว์การ์ดนี้เจ้าจะได้อภิสิทธิ์นี้ทันที "

ว๊ายยยยย ขนุนหล่น การ์ดจริงหรือการ์ดปลอมละคร่ะ ลุงขา หนูต้องพิสูจน์ด่วน จากสมัยนี้โลกไซเบอร์ไร้พรมแดน หนูซินก็ได้ถาม มิสเตอร์กูรูว่า ปราสาทไหนที่สวนที่สุดในแดนแคว้นนี้ รัศมีไม่ไกลมาก สงสารโชว์เฟอร์ที่ต้องขับรถม้าฟักทองไปส่ง สุดท้ายมิสเตอร์กูรูก็บอกว่า มีวิลล่าแห่งหนึ่งในรัศมีอันใกล้นี้คือ
Villa de Klughte

หนูซินก็จัดการ บุ๊คกิ้ง ห้องที่คิดว่าเหมาะกับตัวเองทันที จริงๆแล้วหนูซินลึกๆ เป็น ญ สาวที่หวานแหว๋ว ที่สวนบ้านหนูซิน ปลูกต้น Hortensia ไว้หลายต้น สีโปรดคือสีฟ้า เหมือนดังสั่งได้ ปราสาทนี้มีห้องที่หนูซินชิบ เมื่อโอเคกับนายหน้าสำเร็จ หนูซินก็กระดี้กระด้า เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า พร้อมรองเท้าแตะ อะเร่ย รองเท้าแก้วสีแดงสดใส ที่เพิ่งซื้อจากตลาดเมื่อวานก่อน พร้อม Jas สีแดงแปร๊ด พร้อมไปเป็นเจ้าหญิงแล้วคร่า

ปราสาทนี้ โชเฟอร์ผู้ไม่มี Tom Tom ก็กางแผนที่เสาะหา มันอยู่ไหนหว่า ขับหลงสักสิบนาทีก็หาเจอ สิ่งที่เห็นภายนอกก็ธรรมดา งั้นๆ เมื่อย่างก้าวเข้าไปข้างใน หนูซินถึงกับตะลึง โอ้ววววววววว หนูซินอยู่ที่ประเทศอังกฤษหรือนี่ ต้องสปรีคอิงริชไหมเนี่ย เมื่อจัดการแจ้งชื่อว่า ซินเดอเรเร่ ค่ะ พนักงานต้อนรับ ยื่นกุญแจให้ทันที พร้อมกับ Well come to Villa de Klughte ,mam.

พอไขกุญแจห้องเข้าไป เจอเวลคัมดริ้งชากาแฟ พร้อมชอคโกแลตเล็กๆน่ารัก ห้องนี้ชื่อว่า Hortensia 14 เป็นห้อง สีขาว วอเปเปอร์เป็นลายดอก Hortensia สีฟ้าเล็กๆ มีหมอนตั้ง 8ใบ โอ้ววว เอาไว้ทำไรกันตั้งมากมายเนี่ย พอเปิดม่านหน้าต่างออก โอ้ววว วิวสระว่ายน้ำแจ่มมากๆ พอเปิดห้องน้ำ โอ้ววว มีอ่างกุดซี่ด้วย มีทีวี พร้อมเครื่องเล่น ดีวีดี โอ้ววว... แต่ลืมเอาแผ่นซีดีมาด้วยสะนี่

ลงมาชมห้องโถงข้างล่างดีกว่า หนูซินตะลึง มาอยู่ห้องรับรองราชินีอังกฤษหรือนี่ ทำไมมันสวยแบบนี้
กระดี้กระด้าได้สัก ก็ตะลึงกับห้องอาหาร หรือจะเรียกห้องอะไรดี ห้องชา ละกัน หนูซินแอบคิดในใจเก็บรายละเอียดไว้ดีกว่า ไว้แต่งกระต๊อบของตัวเองมั่ง น่ารักจังเนี่ย อยากชวนเพื่อนๆมาสักขโยง มาจิบชา จิบกาแฟ เสริฟพร้อม เค้ก ชีสเค้ก พาย ทาร์ต บราวนี่ หรือจะเป็นซาลาเปาหรือ หนมเปี๊ยะ ฝีมือหนูซินทำเอง กรั่กๆ กรั่กๆ ว่าไปโน้น


โต๊ะข้างบนด้านขวามมือ หนูซินจองไว้สำหรับ อาหารเช้าพรุ่งนี้ค่ะ เป็นห้องอาหารที่แสนหวานและโรแมนสติกเสียกระไรนี่ ต้องมากับเจ้าชายหนุ่มหล่อถึงจะเหมาะกัน 5555+


คืนนั้นหนูซินก็นอนฟังเสียงคลื่นทะเล และหลับฝันดี ตื่นเช้ามา ชักหิวละสิ อยากได้กาแฟร้อนๆ สักถ้วย
พอลงไปห้องอาหาร ก็มีบริกรมาต้อนรับอย่างดี ก็ได้สั่ง กาแฟ กับน้ำส้ม 5555+ เพราะวันนี้เป็นนางเองนี่น่า
บริกรมาเสริฟพร้อมกับ จานอาหารจานแรกที่มาด้วย นั่นคือ มินิแพนเค้กกับ ผลไม้ หืม คิดในใจ แค่นี้เองเหรอจะอิ่มไหมนิ
ปรากฎว่า ผิดคาด มีจานที่สองเป็น ขนมปังไข่ดาว แล้วยังมี ชีส แฮมอีก พร้อม ขนมปังทั้งตระกร้าใหญ่ๆ
พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ใครก็ได้ช่วยกินหน่อย หนูซินไม่มีความสามารถจะกินของเหล่านี้หมดลงได้เสียดายจังเลย



และวันนั้นทั้งวัน หนูซินก็ได้ไปเดินเล่น ชมเที่ยวเมืองเล็กๆ แห่งนั้น หนูซินได้ไปดูทะเล แต่ไม่ได้เล่นน้ำ หนูซินชอบไปนั่งคาเฟ่ริมทะเล จิบกาแฟ อ่านหนังสือ ทำตัวไร้สาระ ว่างสุดๆ ในรอบปีที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ต้องเทคแคร์ใคร มีแต่คนมาเอาใจ จะดื่ม จะกิน จะทำอะไร มีคนทำให้หมด โฮะๆ โฮะๆ เป็นซินเดอเรร่า ดีแบบนี้นี่เอง

สองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุด มนต์วิเศษของซานต้าหมดอำนาจลง หนูซินก็ต้องแพคกระเป๋ากลับไปยังกระต๋อบและตั้งหน้าตั้งตาทำงานเหมือนเดิม 55555+ แหม กลายเป็น หนูซินเหมือนเดิมเจ้าค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Redberry & Red Devil Macarons

สวนหลังบ้านมีต้นเบอรี่สีแดง 2 ต้น ตอนนี้กำลังแดง แต่ไม่แดงทั้งหมด อีกต้นนึงเป็นสีขาว เอามาทำไรกินดีละ ว่าจะทำชีสเค้ก แต่ทำมาคารูนไว้วันก่อน หืม ก็เลยทำครีมชีสสอดไส้มาคารูน แถมด้วยใส่เรดเบอรี่ด้วย
กินคนเดียวขอบอกว่าอร่อย กินเองชมเอง 5555+






ฟิวลิ่งครีมชีสก็ง่ายๆ ครีมชีสกับน้ำตาลไอซิ่ง ตีแล้วบีบๆ แปะด้วยเรดเบอรี่ เสร็จ
แค่นี้เอง วิธีทำมาคารูนก็หาดูเอาจาก
เวปน้องแก้ม



ดูๆ แล้วเหมือนตัวอะไรก็ไม่รู้ 5555 +ดูมีตา มีฟัน
แต่โดนหม่ำไปแล้วละ อร่อยดี